
วันนี้ (8 พฤศจิกายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออกประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 เวลา 24.00 น. เพื่อประโยชน์แห่งการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและเพื่อให้การจัดการชุมนุมสาธารณะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า บริเวณกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศค้างคืนปักหลักชุมนุมอยู่ในพื้นที่ที่ทำการของหน่วยงานรัฐหลายแห่ง รวมท้้งโรงเรียน การจัดกิจกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมอาจส่งผลกระทบ ต่อประชาชนผู้สัญจรบนท้องถนน กระทบต่อการเรียนการสอน รวมถึงกีดขวางทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาล และอาจส่งผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประชาชน
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบนสื่อออนไลน์ ซึ่งระบุว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล จากการตรวจสอบพบว่าไม่เป็นความจริง ขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและภาพถ่ายก่อนที่จะกดแชร์หรือส่งต่อ เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อมูล ส่งผลให้ประชาชนในสังคมเกิดความเข้าใจผิด และสร้างความสับสนในวงกว้าง
ทั้งนี้ การเผยแพร่ภาพการเผยแพร่ภาพหรือข้อความของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เข้าข่ายยุยงปลุกปั่น อาจมีความผิดตามกฎหมาย ดังนี้
1.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (ความผิดฐานยุยงปลุกปั่น): ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในราชอาณาจักร ถึงขนาดจะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
2.พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดความปลอดภัยสาธารณะ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“รัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงของประชาชนและไม่ได้ปฏิเสธกระบวนการตรวจสอบจากทุกภาคส่วน ยืนยันกลุ่มผู้ชุมนุมสามารถเคลื่อนไหวและยื่นข้อเสนอได้ตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ขอความร่วมมือให้ชุมนุมด้วยความสงบ สันติ และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่บุคคลทั่วไป สำหรับข้อเสนอแนะความคิดเห็น ตามสิทธิที่ประชาชนมีอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลจะนำไปพิจารณาแก้ไขปัญหาตามข้อเท็จจริงต่อไป“ นางสาวพลอยทะเล ย้ำ