
วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.)นำเสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบต่อร่างหนังสือแสดงเจตจำนงการเข้าร่วมกรอบความร่วมมือว่าด้วยกฎเกณฑ์ความเป็นส่วนตัวในการถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดนระดับสากล (Global Cross - Border Privacy Rules : Global CBPR) (หนังสือแสดงเจตจำนงฯ) และหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขร่างหนังสือแสดงเจตจำนงดังกล่าวในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญหรือขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้ ดศ. โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) พิจารณาดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีก
2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงฯ
3. มอบหมายให้ สคส. เป็นหน่วยงานประสานหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเข้าร่วมกรอบความร่วมมือ Global CBPR ของประเทศไทย
สาระสำคัญของเรื่อง
1. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบต่อร่างหนังสือแสดงเจตจำนงการเข้าร่วมกรอบความร่วมมือว่าด้วยกฎเกณฑ์ความเป็นส่วนตัวในการถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดนระดับสากล (Global Cross - Border Privacy Rules : Global CBPR) (หนังสือแสดงเจตจำนงฯ) เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ (Full Member) ของกรอบความร่วมมือ Global CBPR เพื่อให้เอกชนในประเทศไทยสามารถส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังหน่วยงานที่ตั้งในประเทศสมาชิกได้อย่างมีความน่าเชื่อถือและสะดวกรวดเร็ว ซึ่งการเข้าร่วมกรอบความร่วมมือดังกล่าว ประเทศไทยจะต้องส่งร่างหนังสือแสดงเจตจำนงฯ เพื่อให้มีการพิจารณาในเบื้องต้น ก่อนที่จะมีการรับรองในการประชุมของสมาชิก Global CBPR (Global Forum Assembly) ในห้วงเดือนธันวาคม 2569 โดยมีสาระสำคัญ เช่น (1) ประเทศไทยเห็นพ้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ของกรอบความร่วมมือตามที่ระบุไว้ในปฏิญญาปฏิญญาว่าด้วยกฎเกณฑ์ความเป็นส่วนตัวข้ามพรมแดนระดับสากลและกรอบความร่วมมือ Global CBPR Framework (2023) (2) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านความเป็นส่วนตัวของประเทศไทยเป็นผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิกความร่วมมือระดับสากลด้านการบังคับใช้กฎหมายความเป็นส่วนตัว และ (3) ระบบกฎหมายภายในของประเทศไทย (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562) รับรองระบบ Global CBPR เป็นกลไกการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ การเข้าร่วมกรอบความร่วมมือ Global CBPR จะเป็นประโยชน์ในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยให้สอดคล้องตามหลักสากล ซึ่งช่วยลดช่องว่างทางกฎหมายที่แตกต่างกันระหว่างประเทศและลดความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ในขณะเดียวกันจะช่วยลดภาระและต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายที่ซ้ำซ้อนของภาคธุรกิจไทย โดยสามารถใช้มาตรฐานการรับรองนี้เป็นกลไกกลางในการส่งหรือโอนข้อมูลข้ามพรมแดนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นควรให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises) ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและต้นทุนในการปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือ Global CBPR ได้อย่างทั่วถึง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ดิจิทัลของประเทศ