
วันที่ 2 พ.ย. 69 เวลา 18.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) โดยมี นายเลโอนาร์โด คาปิตานิโอ ประธานสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ รองศาสตราจารย์ ดร. ลินคำ ดวงสะหวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่ง สปป. ลาว รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้มีเกียรติจากนานาประเทศ คณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ร่วมในงาน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลกสู่งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ประเทศไทยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติในครั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีรวบรวมผู้คน แนวคิด และความเชี่ยวชาญจากหลายประเทศ ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายร่วมกัน ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ และความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงทางอาหารสำหรับคนรุ่นหลัง นอกเหนือจากการหารือในประเด็นสำคัญเหล่านี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้สัมผัสกับมิตรภาพ วัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมขอขอบคุณ มร. โรดัน คาติโน ที่ให้การสนับสนุนจนประเทศไทยประสบความสำเร็จในการจัดงานครั้งนี้
"งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เป็นงานระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ โดยจัดต่อเนื่องเป็นเวลา 134 วัน ถือเป็นโอกาสสำคัญในการต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก และแสดงศักยภาพด้านพืชสวน เกษตรกรรม และความหลากหลายทางชีวภาพของไทย งานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างพืช น้ำ และผู้คน ตั้งแต่การอนุรักษ์พันธุ์พืชและพื้นที่ชุ่มน้ำ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเพาะปลูก เพื่อสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพและเพิ่มมูลค่า ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบองค์รวมของประเทศ หรือ BCG Economy ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม งานนี้จึงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างความร่วมมือระหว่างเกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ และภาคส่วนต่าง ๆ จากนานาประเทศ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาตลาดและโอกาสทางธุรกิจ" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปอีก รัฐบาลมุ่งหวังให้งานมหกรรมในครั้งนี้สร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และบริการ พร้อมยกระดับบทบาทของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะแหล่งผลผลิตทางการเกษตร อาหาร และการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ ผลจากการจัดงานจะไม่สิ้นสุดลงเพียงแค่นี้ รัฐบาลได้วางแผนต่อยอดพื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยจะพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียว แหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน และพื้นที่จัดแสดงสินค้านวัตกรรมเกษตรที่รองรับการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ ควบคู่ไปกับการดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างคุณค่าแก่ชุมชนในระยะยาว
"ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้งานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ และในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยจะมีการจัดมหกรรมพืชสวนโลกอีกครั้งที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อประชาชนและภาคเกษตรกรรม ในโอกาสนี้ ขอเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ ท้ายนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่จังหวัดอุดรธานี รัฐบาลเตรียมประกาศให้การเกษตรเป็นวาระสำคัญของชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติสืบต่อไป" นายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงท้าย
สำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 จัดขึ้นเป็นเวลา 134 วัน ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ภายใต้แนวคิด "ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน" บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ โดยเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. ค่าบัตรเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไปราคา 199 บาท ภายในงานเน้นจัดแสดงสวนนานาชาติ 32 สวน สวนไทยและพรรณไม้กว่า 66 สวน นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ตลอดจนการถ่ายทอดวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมอีสาน