
วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2569) เวลา 15.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ สถาบันพระบรมราชชนก และโครงการจัดตั้งสถาบันพระบรมราชชนก วิทยาเขตอุดรธานี ณ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระราชภาวนาวชิรากร (หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก) เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อำเภอนายูง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
นายกรัฐมนตรีระบุว่า โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ สถาบันพระบรมราชชนก และการจัดตั้งสถาบันพระบรมราชชนก วิทยาเขตอุดรธานี เป็นโครงการสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขควบคู่กับการวางรากฐานการผลิตแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยมีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ก่อนเข้าร่วมพิธีทางศาสนา โดยประธานสงฆ์ให้ศีลและพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นนายกรัฐมนตรีประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยวางดอกไม้มงคล 9 เล่ม อิฐ นาก และเงิน พร้อมวางแผ่นศิลาฤกษ์และแผ่นยันต์ รวมทั้งโปรยพลอย 9 สี และข้าวตอกดอกไม้ ระหว่างพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ก่อนที่พระสงฆ์จะอนุโมทนาและประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่ผู้เข้าร่วมพิธี
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณจังหวัดอุดรธานีและประชาชนในพื้นที่ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยการเดินทางมาจังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ เป็นการเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ สะท้อนความตั้งใจของรัฐบาลในการลงพื้นที่พบปะประชาชนในทุกภูมิภาค รับฟังปัญหาและความต้องการ เพื่อนำไปสู่การเร่งแก้ไขปัญหาและผลักดันโครงการสำคัญให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีบทบาทสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การคมนาคม และการสาธารณสุข จึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างครอบคลุม เพื่อรองรับการให้บริการประชาชนทั้งในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยว่า ประชาชนควรมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพที่ดี และสามารถดูแลตนเองได้ในระดับหนึ่ง ไม่เป็นภาระของลูกหลาน พร้อมย้ำว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณในปี 2571 เพื่อเร่งขับเคลื่อนการก่อสร้างและพัฒนาสถาบันให้เป็นรูปธรรม เนื่องจากการมีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เพียงพอและมีคุณภาพ จะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพประชาชน รวมถึงความมั่นคงและความเจริญของประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนจากต่างประเทศ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการให้สำเร็จ เพื่อร่วมกันสร้างความเจริญให้แก่จังหวัดอุดรธานีและประเทศชาติต่อไป