
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group ได้มีความคืบหน้าสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรับมือภัยหลอกลวงทางการเงินดิจิทัล ซึ่งกำลังสร้างความเสียหายต่อประชาชนทั่วโลก
ประเด็นสำคัญคือการเปิดตัว Bangkok Blueprint ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ร่วมพัฒนากับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดแนวทางป้องกันภัยหลอกลวง 12 ข้อ ภายใต้ 5 เสาหลัก ครอบคลุมการพัฒนากฎหมาย การตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ การเชื่อมโยงข้อมูลข้ามประเทศ และการเยียวยาผู้เสียหาย
นายเอกภพ กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจคือ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF ระบุว่าจะนำกรอบการกำกับดูแลและประเมินความเสี่ยงไซเบอร์ไปใช้ประกอบการประเมินและให้คำปรึกษาแก่ประเทศสมาชิก พร้อมประสานความร่วมมือกับธนาคารโลกและคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน (FSB) ถือเป็นก้าวสำคัญของข้อริเริ่มที่เปิดตัวในกรุงเทพมหานคร และมีโอกาสขยายผลสู่แนวปฏิบัติระหว่างประเทศในอนาคต
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยได้นำเสนอประสบการณ์แก้ปัญหาภัยหลอกลวงผ่านโครงการ Connect the Dots และศูนย์ AOC 1441 โดย ธปท. ได้ระบุว่า ความเสียหายจากภัยหลอกลวงทางการเงินลดลงจากกว่า 43,000 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 32,000 ล้านบาทในปี 2568 และเกือบ 9,000 ล้านบาทในครึ่งแรกปี 2569
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า อีกประเด็นที่แสดงถึงบทบาทของประเทศไทย คือถ้อยแถลงของนายมาธิอัส คอร์มันน์ เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในงาน Future-Ready Economy 2026 ซึ่งระบุว่า OECD ต้องการให้มุมมองและประสบการณ์ของไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในเวทีที่กำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ
ปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยมีคณะกรรมการ 25 คณะร่วมตรวจสอบกฎหมายและนโยบายต่าง ๆ ขณะเดียวกัน OECD ประเมินว่า หากอาเซียนพัฒนากรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างครอบคลุม อาจช่วยเพิ่มการค้าของไทยกับประเทศในภูมิภาคได้ 24% และเพิ่มมูลค่าการค้ารวมของไทยได้ 5% ในระยะยาว
นอกจากนี้ ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเปิดทำเนียบรัฐบาลเป็นเจ้าภาพงาน Welcome Dinner ต้อนรับรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากทั่วโลก โดยใช้เสน่ห์วัฒนธรรมไทยสร้างความประทับใจ ผ่านอาหารไทย ศิลปะการแสดง และผลงานสร้างสรรค์ของเยาวชน
“สิ่งที่ประเทศไทยได้รับจากการประชุมครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงโอกาสต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจโลก แต่ยังเป็นโอกาสนำประสบการณ์ของไทยไปแลกเปลี่ยนในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมเปิดบ้านให้ทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์และศักยภาพของคนไทย” นายเอกภพ กล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากนี้รัฐบาลจะมีการติดตามเพื่อให้ความร่วมมือที่เกิดจากการประชุมไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งการป้องกันภัยออนไลน์ การสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการและประชาชน ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ประโยชน์จากเวที IMF -World Bank ส่งผลประโยชน์ถึงคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม