
วันนี้ (15 ตุลาคม 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าวางรากฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทย โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผลักดันโครงการ “Siam Silica” เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และเครือข่ายวิชาการระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับการพัฒนาบุคลากรและงานวิจัยให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ พร้อมเพิ่มศักยภาพของไทยในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับภูมิภาค
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมด้วยนายชูร์ต ชูร์ตส์-มา (Mr. Sjoerd Sjoerdsma) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและความร่วมมือเพื่อการพัฒนา กระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ ได้แก่
1. MOU ระหว่างบริษัท เอ็นเอ็กซ์พี แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ NXP ประเทศไทย กับ Siam Silica เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
2. MOA ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครกับ University of Twente ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อวางกรอบความร่วมมือด้านการศึกษา วิชาการ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัย ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการวิจัยในสาขาที่เกี่ยวข้อง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สาระสำคัญของความร่วมมือคือการนำความเชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมมาเชื่อมโยงกับการจัดการศึกษา เพื่อให้บุคลากรไทยมีความรู้และทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยกระทรวง อว. จะส่งเสริมการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา และหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพ ครอบคลุมเซมิคอนดักเตอร์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การฝึกงานและสหกิจศึกษา การเพิ่มทักษะ (Upskill) และการปรับทักษะ (Reskill) สำหรับนักศึกษา นักวิจัย และบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรทางการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจ รวมถึงการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และห้องปฏิบัติการเพื่อประโยชน์ด้านการเรียนการสอน การฝึกอบรม และการวิจัย
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ University of Twente ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบวงจรรวม (IC) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยไทยเข้าถึงองค์ความรู้และเครือข่ายวิชาการระดับนานาชาติ เพื่อเสริมความพร้อมด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและต่อยอดการวิจัยในอนาคต
ต่อยอดฐานอุตสาหกรรมไทย เปิดโอกาสสู่เทคโนโลยีมูลค่าสูง
ศ.ดร.ยศชนันระบุว่า ประเทศไทยมีฐานการผลิตที่แข็งแกร่งทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาขีดความสามารถด้านเซมิคอนดักเตอร์จึงเป็นโอกาสในการต่อยอดฐานอุตสาหกรรมที่มีอยู่ โดยหากสามารถขยายการวิจัย พัฒนา และการผลิตชิปหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในประเทศได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคธุรกิจไทย
กระทรวง อว. ได้หารือกับ NXP เพื่อส่งเสริมการขยายงานวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงกำลังการผลิตในประเทศไทย โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนและพิจารณาสิทธิประโยชน์ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวเป็นแนวทางส่งเสริมความร่วมมือและการลงทุนในอนาคต ไม่ได้หมายความว่ามีข้อสรุปการขยายกำลังการผลิตแล้ว
นอกจากนี้ จากการหารือกับสถาบันเทคโนโลยีชั้นนำในยุโรป ไทยยังมีโอกาสพัฒนาความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีชิปแสง (Photonics) และการประกอบบรรจุชิปขั้นสูง (Advanced Packaging) ซึ่งเป็นสาขาที่สามารถต่อยอดฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เดิมไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้
ความร่วมมือครั้งนี้สืบเนื่องจากการเดินทางเยือนเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมของ ศ.ดร.ยศชนันและคณะผู้บริหารกระทรวง อว. เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อหารือและศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ โฟโตนิกส์ และเทคโนโลยีการประกอบบรรจุชิปขั้นสูง รวมถึงแนวทางพัฒนาเครือข่ายวิจัยและบุคลากรไทยให้มีความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดผลักดันความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคผ่านข้อเสนอให้มี พ.ร.บ. ชิปอาเซียน (ASEAN Chips Act) เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงศักยภาพของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยข้อเสนอและแนวทางที่เกี่ยวข้องจะต้องนำไปหารือและขับเคลื่อนผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องต่อไป
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลมุ่งวางรากฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตผ่านการพัฒนาคน งานวิจัย และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม โดยความร่วมมือภายใต้โครงการ Siam Silica จะช่วยสร้างโอกาสให้บุคลากรไทยพัฒนาทักษะเฉพาะทาง เชื่อมโยงองค์ความรู้กับการใช้งานจริง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยต่อยอดสู่ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก อันเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว