
วันนี้ (10 ตุลาคม 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมขังและน้ำเน่าเสีย โดยเฉพาะบริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีรายงานปัญหาน้ำสีดำคล้ำและกลิ่นเน่าเหม็น ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและการดำรงชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลอง จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการบรรเทาปัญหา เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นโดยเร็ว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กรมชลประทานได้ประสานความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ โดยเตรียมนำสารบำบัดน้ำเสียที่ผลิตจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 จำนวน 5,000 ลิตร มาฉีดพ่นบริเวณสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินให้การสนับสนุนทั้งสารบำบัดน้ำเสียและเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยดำเนินการบำบัดน้ำเสีย ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และส่งเสริมการฟื้นฟูคุณภาพน้ำในพื้นที่
สำหรับสารบำบัดน้ำเสียที่ผลิตจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 เป็นผลิตภัณฑ์ที่กรมพัฒนาที่ดินพัฒนาขึ้น โดยอาศัยกระบวนการทางชีวภาพและจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติช่วยบำบัดน้ำเสียและลดกลิ่นเหม็น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการนำไปใช้บรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่ประสบอุทกภัยหลายแห่ง ทั้งนี้ ผลการบำบัดขึ้นอยู่กับสภาพน้ำและปัจจัยแวดล้อมในแต่ละพื้นที่
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาน้ำเน่าเสียไม่ใช่เพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีบ้านเรือนอยู่ติดคลอง ซึ่งต้องเผชิญกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในชีวิตประจำวัน การประสานความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น พร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย
“น้ำท่วมเป็นความเดือดร้อนที่ประชาชนต้องเผชิญอยู่แล้ว แต่เมื่อน้ำเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาจึงต้องคำนึงถึงทั้งการบริหารจัดการน้ำและผลกระทบต่อประชาชน เพราะสำหรับคนที่อาศัยอยู่ริมคลอง สิ่งที่ต้องการไม่ใช่เพียงการระบายน้ำให้เร็วที่สุด แต่รวมถึงการมีสภาพแวดล้อมที่ดีในการดำรงชีวิตด้วย”
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือระหว่างกรมชลประทานและกรมพัฒนาที่ดินในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสำคัญของการบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเร่งบรรเทาปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญ โดยมุ่งให้การดำเนินงานด้านการบำบัดน้ำเสียช่วยลดกลิ่นเน่าเหม็นและฟื้นฟูคุณภาพน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม