
วันนี้ (12 ตุลาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและทักษะแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล
รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการการเทียบระดับสมรรถนะภาษาต่างประเทศตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) โดยอ้างอิงกรอบมาตรฐานสากล CEFR และแบบทดสอบมาตรฐานต่าง ๆ อาทิ JLPT (ภาษาญี่ปุ่น), TOPIK (ภาษาเกาหลี) และ HSK (ภาษาจีน) เพื่อให้การเทียบระดับสมรรถนะภาษาอังกฤษตามกรอบ CEFR มีความชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้รองรับผลการทดสอบ HSK 2.0 ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านควบคู่ไปกับ HSK 3.0 ทั้งนี้ แนวปฏิบัติดังกล่าวจะไม่ครอบคลุมถึงการกำหนดระดับสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพแต่อย่างใด
พร้อมแต่งตั้งอนุกรรมการและผู้แทนไทยในระดับอาเซียน 2 ชุดหลัก ได้แก่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ และเห็นชอบให้ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอาเซียน (AQRF) พร้อมตั้งผู้ประสานงานหลักด้านการศึกษา แรงงาน การค้า และวิชาชีพ
ส่วนการพัฒนาระบบ NQF Dashboard นั้น เร่งให้มีการเชื่อมโยงข้อมูล NQF Dashboard กับแพลตฟอร์มธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ผู้เรียนทุกระดับสามารถสะสมและเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569
รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาทักษะและการศึกษาของประเทศ ผ่านการบูรณาการทักษะและประสบการณ์จากการทำงานจริงนอกระบบให้สามารถเทียบโอนหน่วยกิตและต่อยอดเข้าสู่คุณวุฒิทางการศึกษาได้ทุกระดับ พร้อมทั้งเตรียมพัฒนาระบบคลังข้อมูลทักษะอนาคต (Future Skill) และเปิดกว้างให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการระบุความต้องการด้านทักษะ
ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ศธ. ได้เตรียมขับเคลื่อน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงหลักสูตรกับความต้องการของตลาดแรงงาน การพัฒนาระบบเทียบโอนหน่วยกิต และการยกระดับคุณวุฒิวิชาชีพและคุณวุฒิการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ. : รายงาน
12/10/2569








