
วันนี้ (12 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมระบบระบายน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นางสาวลลิดากล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครยังมีถนนที่มีน้ำท่วมขัง 1 จุด บริเวณใต้สะพานคลอง 3 วา ระดับน้ำประมาณ 10–15 เซนติเมตร จึงขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจร โดยคาดว่าจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ภายในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครเร่งจัดการขยะหลังน้ำท่วมและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในบางหมู่บ้านในพื้นที่เขตลาดกระบังและหนองจอก
ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครประกาศปรับลดพื้นที่ประสบภัยในกรุงเทพมหานครเหลือ 8 เขต เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ได้แก่ เขตคลองสามวา เขตบึงกุ่ม เขตประเวศ เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง เขตสะพานสูง เขตสายไหม และเขตหนองจอก
สำหรับสถานการณ์น้ำฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง หากระดับน้ำในคลองสายหลักด้านตะวันออกลดลงสู่ระดับปกติและยังมีศักยภาพรองรับน้ำเพิ่มเติม จะเปิดรับน้ำจากพื้นที่ภายนอกเพื่อช่วยระบายน้ำผ่านระบบคลองของกรุงเทพมหานคร
ด้านการฟื้นฟูพื้นที่เขตลาดกระบัง โดยเฉพาะชุมชนร่มเกล้า กรุงเทพมหานครระดมเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน พร้อมเครื่องจักรและรถขนขยะ เร่งจัดเก็บขยะหลังน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถจัดเก็บได้แล้วกว่า 5,000 ตัน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ขณะที่ข้อมูลปริมาณขยะชิ้นใหญ่สะสมที่จัดเก็บในพื้นที่ประสบอุทกภัยตั้งแต่เริ่มดำเนินการอยู่ที่มากกว่า 1,000 ตัน และมีปริมาณขยะที่จัดเก็บได้เฉลี่ยวันละประมาณ 800 ตัน
ส่วนการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผ่านช่องทางออนไลน์ของกรุงเทพมหานคร ข้อมูล ณ เวลา 08.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 83,268 ราย โดยพื้นที่ที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เขตลาดกระบัง เขตบางกะปิ และเขตสายไหม ขณะที่สิทธิที่ประชาชนยื่นขอรับความช่วยเหลือ 3 อันดับแรก ได้แก่ ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน และค่าเครื่องมือทุนประกอบอาชีพ