
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรหลักสูตรการพัฒนาผู้จัดการงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมด้านนโยบาย รุ่นที่ 3 (Research Development and Innovation Manager for Policy 3 (RDI MAP 3) เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมของระบบ ววน. เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงกับผู้ใช้ประโยชน์ในภาคนโยบาย และขับเคลื่อนผลงานวิจัยเชิงนโยบายในมิติต่าง ๆ ของหน่วยงานในระบบ ววน. ให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม สร้างผลลัพธ์และผลกระทบในวงกว้าง โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) รศ.ดร.สุวิทย์ แช่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ตลอดจนผู้เข้ารับการอบรมฯ เข้าร่วม ณ ห้องพิมานบอลรูม โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยด์ ลุมพินี
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ผู้เข้ารับการอบรมในหลักสูตรนี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการร่างนโยบายและขับเคลื่อนทิศทางของหน่วยงาน ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณภาครัฐที่มีแนวโน้มลดลง การทำงานเชิงนโยบายจึงจำเป็นต้องอาศัยการคิดเชิงระบบ การวางแผนที่ชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือการบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือข้ามหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัย เพื่อสร้างความหลากหลายและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมข้อจำกัดให้เป็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ระดับฐานรากในพื้นที่ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่จำเป็นต้องสร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทุนมนุษย์และรากฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เราต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากการพึ่งพาการจัดซื้อจัดจ้างและการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ มาสู่การลงมือทำ การวิจัยและพัฒนา (R&D) การยกระดับทักษะบุคลากร และการสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกันกับภาคเอกชน การหันมาสร้างเทคโนโลยีจากภายในประเทศจะช่วยประหยัดงบประมาณได้มหาศาลและสร้างความเข้มแข็งอย่างแท้จริง
“ขอให้ผู้ผ่านการอบรมทุกท่านนำองค์ความรู้และพลังเครือข่ายไปต่อยอดการทำงาน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายที่สร้างผลกระทบเชิงบวกและนำพาประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
