
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
กระทรวงดีอี โดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย บูรณาการระบบเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรองรับการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ ภายใต้แพลตฟอร์มบริหารจัดการภัยพิบัติแบบบูรณาการ (Integrated Disaster Management Platform : IDMP) ตั้งแต่การแจ้งเตือนภัยตรงถึงประชาชนในพื้นที่ การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนแจ้งปัญหาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ (ระบบแจ้งรัฐ) การระดมอาสาสมัครกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนการอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิง และการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา
ปัจจุบันได้มีการเปิดใช้งานแล้วทุกระบบ ยกเว้นระบบบริหารและจัดการภัยพิบัติ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการบูรณาการข้อมูลจากระบบต่างๆ พัฒนาเป็นระบบศูนย์บัญชาการปฏิบัติการตามระดับความรุนแรงของภัยพิบัติ
รมว.ดีอี กล่าวว่า นอกจากระบบ IDMP แล้วกระทรวงดีอีได้ติดตามสถานการณ์ในเรื่องของสัญญาณสื่อสาร เพื่อป้องกันให้เกิดสถานการณ์วิกฤติด้านการสื่อสารเหมือนที่เกิดขึ้นในกรณีของอุทกภัยหาดใหญ่ โดยจะเป็นการติดตามทั้งระบบสื่อสารสัญญาณหลัก สัญญาณสำรอง และฉุกเฉิน พร้อมมอบหมาย NT และขอความร่วมมือผู้ให้บริการโทรคมนาคม เตรียมความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ในพื้นที่ภาคใต้ โดยหากเกิดกรณีฉุกเฉินสามารถพร้อมใช้งานได้ในทันที ไม่ต้องกังวลกับอุปสรรคด้านการขนส่ง หรือการเดินทางเข้าพื้นที่เมื่อเกิดสถานการณ์
ขณะเดียวกันยังได้มอบหมายให้ NT และ ปณท เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หากมีความต้องการด้านพาหนะรถยกสูง หรือสัญญาณการสื่อสาร ซึ่งทางจังหวัดที่เกิดสถานการณ์สามารถประสานงานขอความช่วยเหลือในทุกรูปแบบจากทั้ง 2 หน่วยงานได้ทันที
ในส่วนของการแจ้งเตือนระบบแจ้งเหตุ ที่ผ่านมาพบว่ามีการรับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือผ่านหลาย ๆแพลตฟอร์ม ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกันในการใช้ข้อมูลเพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที ดังนั้นนอกเหนือจากช่องทางหลักอื่นที่ใช้งานอยู่แล้ว ขอความร่วมมือจากประชาชนได้ใช้ช่องทางแพลตฟอร์มหลักในการแจ้งเหตุออนไลน์ ดังนี้
1.Jitasa Care (จิตอาสาดอทแคร์) เนื่องจากระบบได้เชื่อมโยงกับระบบ IDMP แล้ว และประชาชนในพื้นที่ภาคใต้มีความคุ้นเคยกับการใช้งานแล้วจากกรณีอุทกภัยหาดใหญ่
2. Traffy Fondue ซึ่งมีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลสมบูรณ์แล้ว และประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีความคุ้นเคยกับการใช้งานเป็นอย่างดี
3. แจ้งรัฐ ซึ่งมีการเปิดระบบใช้งานแล้ว โดยเป็นระบบของหน่วยงานภาครัฐโดยตรง
ด้าน นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ DGA ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม IDMP ต่อที่ประชุมว่า ระบบแจ้งเตือนภัย และระบบลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยานั้น ปภ.ได้เริ่มใช้งานแล้วตั้งแต่เหตุการณ์อุทกภัยที่ จ.น่าน และเหตุการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ กทม.
สำหรับระบบอาสาสมัครกู้ภัย ปัจจุบันมีอาสาสมัครลงทะเบียนแล้วกว่า 29,000 คน จากทั่วประเทศ ดังนั้น เมื่อเกิดภัยพิบัติ ปภ.สามารถประกาศพื้นที่ที่ต้องการขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครที่ลงทะเบียนไว้ได้ จากนั้นอาสาสมัครจะเข้าระบบเพื่อดูพื้นที่ภัยพิบัติ และสามารถเลือกพื้นที่ปฏิบัติงานได้ ระบบดังกล่าวช่วยให้ ปภ. เห็นข้อมูลภาพรวมของอาสาสมัครทั้งประเทศ การกระจายตัวทำงานตามพื้นที่ประสบภัยต่าง ๆ ซึ่งหากพื้นที่ใดขาดแคลน ปภ.สามารถใช้ระบบดังกล่าวสื่อสารขอกำลังสนับสนุนเพิ่มเติมได้ โดยที่ผ่านมาได้มีการใช้งานระบบในพื้นที่ของ จ.น่าน และจ.สระแก้ว แล้ว (มีอาสาสมัครลงทะเบียนจำนวน 554 คน และลงพื้นที่จริงประมาณ 119 คน)
ด้านการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติภาคใต้ เสนอให้มีการใช้งาน “ระบบแจ้งรัฐ” เป็นช่องทางในการรับแจ้งปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชน ซึ่งจังหวัดต่าง ๆ สามารถยื่นขอเปิดให้งานเพื่อรับข้อปัญหาจากประชาชนโดยตรงในจังหวัดนั้น ๆ ได้
ขณะที่ ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ BDI กล่าวว่า BDI ได้จัดทำระบบ Data Hub ในเรื่องของการแจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือ โดยเชื่อมโยงกับระบบแจ้งเหตุได้หลายระบบ ซึ่งขณะนี้มีการเชื่อมโยงระบบร่วมกับ Traffy Fondue (กทม.) Jitasa Care (จิตอาสาดอทแคร์) และแจ้งรัฐ และกำลังเชื่อมโยงสายด่วนนิรภัย 1784 ของปภ. เพื่อรวบรวมข้อมูลจากหลาย ๆ ที่ ตรวจสอบความซ้ำซ้อน และเร่งรัดการจัดทำชุดข้อมูลมาตรฐานส่งต่อไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ต้องการไปใช้ในการบริหารสถานการณ์ได้ โดยมีตัวอย่าง Dash Board ทั้งระหว่างการเกิดเหตุที่ต้องการความช่วยเหลือ และภายหลังจากได้รับการช่วยเหลือแล้ว ซึ่งสามารถปรับ Dash Board เป็นเฉพาะรายจังหวัดที่มีสถานการณ์ได้ และสามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มแจ้งเหตุของภาคเอกชน ที่ประชาชนใช้ในระหว่างที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นได้ทันที
----------------------------------------------------------------------