
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC – Joint Information and Communication Center) ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2569 โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สภาพอากาศในช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม 2569 เป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไว้ โดยปริมาณฝนไม่ได้เพิ่มขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ และยังสามารถบริหารจัดการน้ำได้ตามแผนที่เตรียมไว้
สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศ คาดว่าจะมีฝนระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคม 2569 โดยเฉพาะวันที่ 10–12 ตุลาคม ซึ่งจะมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันตก ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมเป็นต้นไป คาดว่าภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์และประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงและยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ขณะที่พื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง
ส่วนกรุงเทพมหานคร สถานการณ์ในพื้นที่ส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ประชาชนสามารถสัญจรบนเส้นทางต่าง ๆ ได้เกือบทั้งหมด ขณะที่พื้นที่ซึ่งยังมีน้ำท่วมขัง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบายน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและฟื้นฟูบ้านเรือนได้โดยเร็ว
โฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมถึงการบริหารจัดการน้ำว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาในช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา รวมถึงปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยปัจจุบันมีการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลงเหลือ 16.03 เมตร ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรองรับฝนระลอกใหม่ ควบคู่กับการลดระดับน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อให้สามารถเร่งช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีการเร่งบริหารจัดการน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำส่วนที่เกินระดับกักเก็บให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และเตรียมพื้นที่รองรับน้ำระลอกใหม่ โดยบริหารจัดการร่วมกับระบบทางน้ำและเขื่อนพระราม 6 ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ระดับน้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาลดลงประมาณ 10–20 เซนติเมตรในระยะใกล้
ส่วนจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการปรับลดอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำเริ่มลดลงและยังไม่ล้นแนวป้องกันน้ำ
สำหรับพื้นที่ภาคตะวันตก คาดว่าจะมีฝนตกในจังหวัดกาญจนบุรีช่วงวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 โดยเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณมีระดับน้ำลดลงและยังมีความสามารถรองรับน้ำเพิ่มเติมได้ ขณะที่พื้นที่ท้ายเขื่อนบริเวณแม่น้ำแม่กลอง ระดับน้ำยังไม่ล้นตลิ่งและยังมีพื้นที่รองรับน้ำ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้น จึงขอให้ประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ติดตามประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่ได้ยกสิ่งของขึ้นที่สูงแล้ว ขอให้ยังคงเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่
ขณะเดียวกัน จังหวัดสมุทรสงครามได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมบริเวณอัมพวา รวมเป็น 12 เครื่อง เพื่อเร่งผลักดันน้ำออกสู่ทะเล ส่วนจังหวัดเพชรบุรีมีการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน โดยปรับลดระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำระลอกใหม่ พร้อมเตรียมมาตรการรับมือกรณีระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น
ด้านสถานการณ์น้ำในภาคตะวันออก ซึ่งยังเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ระดับน้ำเริ่มลดลง ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่อำเภอเมืองปราจีนบุรีมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน แต่ยังลดลงอย่างช้า ๆ และยังมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง
ส่วนจังหวัดนครนายก มีการบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลของปริมาณน้ำ โดยมวลน้ำจากจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายกจะไหลมารวมกันบริเวณอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำบางปะกง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงในจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงที่น้ำอาจเอ่อล้นแนวคันกั้นน้ำ
