
วันนี้ (8 ตุลาคม 2569) เวลา 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยได้มีข้อสั่งการอื่น ๆ หลังการหารือในที่ประชุม เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
1. ดูแลสุขภาพประชาชน ให้ฝ่ายปกครองและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ติดตามและดูแลสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิด
2. จัดการซากสัตว์และการป้องกันโรคระบาด ให้เร่งดำเนินการกำจัดซากสัตว์ตามหลักสุขาภิบาล และ หลักวิชาการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางควบคุมและป้องกันโรคอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนเพิ่มเติมแก่ประชาชน
3. เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก พื้นที่ที่คาดการณ์ว่าอาจเกิดฝนตกหนักในระยะอันใกล้ ไม่เกิน 3 ถึง 6 ชั่วโมงข้างหน้า หรือที่เรียกว่า Nowcasting ให้ผู้ว่าฯ ในพื้นที่นั้นๆ ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับหน่วยงานและชุดปฏิบัติการให้มีความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ให้เร่งสำรวจและแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมทั้งอุปสรรคต่อการระบายน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหล และระบายได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
4. สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ขอเน้นย้ำการเตรียมความพร้อม โดยให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
- ติดตามและประเมินสถานการณ์ พร้อมกำหนดพื้นที่เสี่ยงและจุดเฝ้าระวัง โดยทบทวนข้อมูลพื้นที่ประสบภัยเดิม พื้นที่ลุ่มต่ำ จุดระบายน้ำสำคัญ เส้นทางคมนาคม และพื้นที่สำคัญที่อาจได้รับผลกระทบ
- ตรวจสอบและปรับปรุงระบบระบายน้ำ ได้แก่ คูคลอง ทางระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมแก้ไขจุดเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ
- เตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและทรัพยากร รวมทั้งจัดทำแผนสนับสนุนและการบูรณาการทรัพยากรระหว่างพื้นที่
- เตรียมความพร้อมด้านการอพยพ และการแจ้งเตือนประชาชน โดยทบทวนจุดอพยพ ศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ การดูแลกลุ่มเปราะบาง และช่องทางการสื่อสารแจ้งเตือนให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- กำกับ ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงาน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รายงานผลการเตรียมความพร้อม รวมทั้งปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด และความต้องการรับการสนับสนุนมายังส่วนกลางผ่าน บกปภ.ช.
- ประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งเหตุฉุกเฉิน และช่องทางติดต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นทางการ
- จัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติ ของแต่ละหน่วยงานตามภารกิจและความรับผิดชอบ เพื่อบูรณาการ การปฏิบัติงาน การประสานงาน และการสนับสนุนทรัพยากรให้เป็น ไปอย่างมีเอกภาพ โดยขอให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
5. เร่งสำรวจ ประเมิน และตรวจสอบครัวเรือนในพื้นที่ประสบภัยที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการเยียวยาไว้แล้ว และพร้อมโอนเงินให้ประชาชนเมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งทีมทำงานเฉพาะกิจเพื่อเร่งสำรวจ ตรวจสอบ และส่งรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาให้ส่วนกลางดำเนินการโอนเงินโดยเร็ว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้สถานการณ์น้ำลดลงทั้งหมดหรือรอรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยทั้งจังหวัดให้ครบก่อน แต่ให้ดำเนินการทยอยจ่ายตามหลักเกณฑ์ เมื่อครัวเรือนใดผ่านการตรวจสอบและมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว ให้เร่งดำเนินการได้ทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยให้ได้รับเงินเยียวยาโดยเร็ว