
วันนี้ (วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2569 โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อมูลอัปเดต ณ เวลา 08.00 น. ของวันนี้ มีพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี โดยระดับน้ำจะทยอยลดลง ขณะที่พื้นที่ชลบุรีและพนัสนิคม สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น
ส่วนพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่ภาคตะวันตก โดยเฉพาะราชบุรี กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม เนื่องจากมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 10 - 12 ตุลาคม 2569 ขณะที่จังหวัดปทุมธานี การระบายน้ำยังค่อนข้างช้า และมีน้ำบางส่วนมาจากทางองครักษ์ นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีด้วย
สำหรับสถานการณ์น้ำจากภาคเหนือ วันนี้วัดปริมาณน้ำที่นครสวรรค์ได้ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และในช่วงบ่ายจะเริ่มลดการระบายลงมาอยู่ที่ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยลดการระบายลงชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ด้านลุ่มน้ำแม่กลอง ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และสมุทรสงคราม เนื่องจากมีปริมาณฝนที่จะเข้ามาเติม รวมถึงต้องติดตามการระบายน้ำของเขื่อนอย่างใกล้ชิด ส่วนลุ่มน้ำบางปะกง ในช่วงนี้มีภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า จึงยังต้องเฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี
สำหรับสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้มีน้ำท่วมขังบนถนนเหลืออยู่ 1 สาย อย่างไรก็ตาม จากฝนที่ตกหนักเมื่อวานนี้ วันนี้พบว่ามีถนนที่มีน้ำท่วมขังเพิ่มเป็น 3 สาย
สำหรับแนวโน้มฝนในช่วงวันที่ 7 - 13 ตุลาคม 2569 วันนี้จะมีฝนมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก โดยวันที่ 9 ตุลาคม จะมีฝนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคใต้ วันที่ 10 ตุลาคม มีฝนในทุกภาค โดยมีฝนตกหนักบริเวณตอนล่างของภาคใต้ ภาคตะวันตก และบริเวณชายฝั่งจังหวัดระยอง วันที่ 11 ตุลาคม มีฝนบริเวณภาคตะวันตก ขณะที่วันที่ 12 ตุลาคม มีฝนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก และวันที่ 13 ตุลาคม ปริมาณฝนจะทยอยลดลง
ด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบอุทกภัย การโอนเงินเยียวยาในวันศุกร์นี้ จะมีผู้ได้รับเงินจำนวน 10,453 ครัวเรือน ทั้งนี้ ดร.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชี้แจงว่า ปภ. ได้ประสานความร่วมมือไปยังกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้เร่งส่งข้อมูลผู้ลงทะเบียนขอรับการเยียวยาอุทกภัย เพื่อให้ ปภ. ดำเนินการส่งต่อข้อมูลและจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบได้ทันภายในสัปดาห์นี้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ สถานะข้อมูลการลงทะเบียนที่ ปภ. ได้นำส่งให้ธนาคารออมสินแล้ว ณ เวลา 07.50 น. เพิ่มขึ้นอีก 9,842 ครัวเรือน ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว 5,742 ครัวเรือน และสมุทรปราการ 4,100 ครัวเรือน เมื่อรวมกับยอดข้อมูลการลงทะเบียนทั้งหมด คิดเป็นยอดรวมทั้งสิ้น 10,453 ครัวเรือน รวมเป็นเงินเยียวยา 94,077,000 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ประชาชนภายในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมนี้
ส่วนสถานะข้อมูลการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ณ วันนี้ เวลา 07.30 น. มีการรายงานข้อมูลเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานคร 552,709 ครัวเรือน สมุทรปราการ 188,153 ครัวเรือน ปทุมธานี 161,594 ครัวเรือน ฉะเชิงเทรา 52,949 ครัวเรือน และนนทบุรี 45,102 ครัวเรือน ซึ่ง ปภ. จะเร่งประสานงานกับกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งข้อมูลไปยังธนาคารออมสินโดยเร็ว
โดยวานนี้ (วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเพิ่มเติมให้จังหวัดสมุทรสงครามเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยช่วงฤดูฝน ครัวเรือนละ 9,000 และ 7,000 บาท ในวงเงินที่ได้อนุมัติไปแล้วภายใต้วงเงิน 4,700 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 งบกลาง
สำหรับข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับการลงทะเบียน กรณีผู้เช่าบ้านที่ไม่ทราบรหัสบ้านตามทะเบียนบ้าน สามารถกรอกเพียง “บ้านเลขที่” ของบ้านที่เช่าได้ โดยระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ ส่วนกรณีบ้านเลขที่เดียวแต่แบ่งเป็นห้องเช่าย่อยหลายห้อง หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นห้องเช่าจริง มีผู้อยู่อาศัยจริง และได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือน้ำล้อมรอบจริง ผู้เช่ามีสิทธิได้รับเงินเยียวยา โดยกรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบสภาพความเสียหายของแต่ละห้องเช่า เพื่อยืนยันสิทธิในการได้รับเงินเยียวยาต่อไป