
วันนี้ 6 ตุลาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในยุคที่ระบบดิจิทัลเชื่อมโยงทุกมิติของชีวิตและเศรษฐกิจ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่นต่อประเทศ รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญนี้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (World Bank Group–IMF Annual Meetings 2026) ซึ่งจะนำผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจจากทั่วโลกมาพบกันที่ประเทศไทย
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ภายใต้การกำกับดูแลของนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยบูรณาการการทำงานผ่านศูนย์ ThaiCERT ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ทั้งศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในฐานะผู้ให้บริการเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดช่วงปฏิบัติการเข้มข้นระหว่างวันที่ 10–19 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ความพร้อมครั้งนี้สะท้อนการมองภาพรวมทั้งระบบ เพราะการเฝ้าระวังไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระบบภายในสถานที่จัดประชุม แต่ขยายครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ระบบควบคุมการจราจรทางอากาศ สนามบินและข้อมูลเที่ยวบิน ระบบจราจรและรถไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ไปจนถึงโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเว็บไซต์ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกประมาณ 1,000 เว็บไซต์
โดยศูนย์ปฏิบัติการและ ThaiCERT จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการรับแจ้งเหตุ วิเคราะห์สถานการณ์ และประสานการตอบสนอง มีทีมรับมือภัยคุกคามและทีมเคลื่อนที่เร็วพร้อมสนับสนุนตามระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ อีกทั้งได้เตรียมระบบและซ้อมแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถตอบสนองได้ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
“การดูแลความมั่นคงไซเบอร์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการป้องกันระบบไอทีของสถานที่ประชุม แต่ครอบคลุมระบบสำคัญที่เชื่อมโยงกับการจัดงานทั้งระบบ เป้าหมายคือให้การประชุมดำเนินไปอย่างปลอดภัย ต่อเนื่อง และเชื่อถือได้ พร้อมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติ” นางสาวรัชดา กล่าว
นางสาวรัชดากล่าวต่อว่า ความพร้อมด้านความมั่นคงไซเบอร์ยังมีส่วนสำคัญต่อความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ และประโยชน์ของการเตรียมงานครั้งนี้จะไม่สิ้นสุดลงเมื่อการประชุมจบ เพราะมาตรฐานและประสบการณ์ที่ได้รับจะถูกนำไปต่อยอดในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานและบริการดิจิทัลที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวันให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น สะท้อนความตั้งใจของรัฐบาลที่จะยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัลให้เป็นหลักประกันแก่ประชาชนทุกคน