
วันนี้ (4 ต.ค. 69) เวลา 15.50 น. ที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ และ รพ.สนามค่ายจักรพงษ์ และลงพื้นที่ติดตามการบริหารสถานการณ์ และตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง อบจ.ปราจีนบุรี บริเวณสถานีขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี อ.เมืองปราจีนบุรี
โดยนายอนุทิน ได้ตรวจเยี่ยมบริเวณหอผู้ป่วยใน รพ.ค่ายจักรพงษ์ และตรวจเยี่ยม รพ.สนาม พร้อมพบปะและให้กำลังใจผู้ป่วย ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ และในเวลา 16.35 น. ลงพื้นที่ศูนย์พักพิง อบจ.ปราจีนบุรี โดยได้ให้กำลังใจประชาชนที่พักอาศัยในศูนย์พักพิง พร้อมทั้งขอบคุณและให้กำลังใจอาสาสมัครตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่และแม่ครัวที่มาประกอบอาหารภายในศูนย์พักพิงฯ
.
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ำท่วม 7 อำเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.บ้านสร้าง อ.ประจันตคาม อ.นาดี อ.เมืองปราจีนบุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ รวม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 55,286 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ต.ค. 69 เวลา 07.00 น.) โดยได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจำนวน 7 อำเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน สำหรับพื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบ 13 ตำบล 142 หมู่บ้าน 17 ชุมชน 15,597 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย จากเหตุไฟฟ้าช็อตและจมน้ำ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง
ขณะที่ในภาพรวมประเทศไทย ได้รับผลกระทบรวม 27 จังหวัด 154 อำเภอ 1,209 ตำบล 8,790 หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,171,165 ครัวเรือน 3,262,676 คน
ขณะที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระดับน้ำยังคงท่วม 30 - 40 เซนติเมตร โดยได้ลำเลียงผู้ป่วยไปรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ตั้งแต่คืนวันที่ 27 ก.ย. 69 พร้อมเปิดโรงพยาบาลสนาม รวม 3 แห่ง ได้แก่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี โรงเรียนมารีย์วิทยากบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี และโรงเรียนสุวรรณวิทยา อ.ประจันตคาม
นอกจากนี้ ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ รวม 111 แห่ง ประชาชนเข้าพัก 12,303 คน จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน 2 แห่ง และโรงครัวพื้นที่อำเภอต่าง ๆ 25 แห่ง และมีการบูรณาการภาคีเครือข่ายภาคเอกชน มูลนิธิ สมาคม 42 แห่ง จัดชุดปฏิบัติการพร้อมเรือ ยานพาหนะ เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
สำหรับ "ศูนย์พักพิง อบจ.ปราจีนบุรี" บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปราจีนบุรี ได้มีการบริหารจัดการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ทำให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติใกล้เคียงกับการพักอาศัยอยู่ที่บ้านเรือน ทั้งด้านอาหาร น้ำดื่ม ที่พัก การรักษาพยาบาล และสิ่งของจำเป็น โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และมีบุคลากรทางการแพทย์และภาคส่วนต่าง ๆ ดูแล ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่ "ศูนย์พักพิง ร.2 รอ." มีการบริหารจัดการดูแลประชาชน อย่างเต็มกำลัง พร้อมจัดชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่ช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ มีการประกอบโรงครัวพระราชทาน การดูแลผู้ป่วย และการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ป้องกันโรคในกลุ่มประชาชนที่พักอาศัยอีกด้วย
ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 4–7 ต.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยช่วงวันที่ 5–6 ต.ค. จะกระทบภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขณะที่ช่วงวันที่ 8–13 ต.ค. ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มระบายน้ำท้ายเขื่อน ติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูงและพร้อมอพยพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านน้ำไหลเชี่ยว และไม่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงขณะเกิดพายุฝน
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในลักษณะ "ข้อมูลชุดเดียว" โดยให้สำคัญกับการแจ้งเตือนสถานการณ์ควบคู่การสร้างการรับรู้แนวทางปฏิบัติตนให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง และมีเจ้าหน้าที่ประสานแจ้งเหตุสายด่วนนิรภัย 1784 พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว โดยบูรณาการทุกภาคส่วนปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
