
วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมว่า รัฐบาลเตรียมใช้งบกลางที่เหลืออยู่ประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งได้กันสำรองไว้สำหรับการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน คาดว่าจะเพียงพอสำหรับการเยียวยา รวมถึงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพมหานคร โดยการให้ความช่วยเหลือจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อมูลความเสียหายที่พื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอขึ้นมา
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการบริหารสถานการณ์อุทกภัยและภัยธรรมชาติ รัฐบาลได้กำหนดผู้รับผิดชอบกำกับติดตามสถานการณ์ในแต่ละภูมิภาคอย่างชัดเจน ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ดูแลภาคเหนือ รองนายกรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สุชาติ ชมกลิ่น ดูแลภาคตะวันออก พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งเพิ่มเติมให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นผู้แทนคณะรัฐมนตรีกำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะทำหน้าที่กำกับดูแล ประสานงาน และดำเนินการแก้ไขปัญหาในนามนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความชัดเจน สามารถประสานและสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย กรอบวงเงินโครงการกว่า 160,000 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ 8 ปี ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมทั้งสามารถใช้พื้นที่บางส่วนเป็นแหล่งกักเก็บน้ำหรือแก้มลิงตามธรรมชาติ เพื่อบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนและเพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้ง
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้จะมีการประชุมเพื่อหารือการปรับหลักเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นผู้รับผิดชอบหลัก เพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นสามารถดำเนินการจัดทำพื้นที่แก้มลิงสำหรับกักเก็บและผันน้ำ รวมถึงสามารถนำน้ำที่กักเก็บไว้ไปใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้งได้ โดยจะมุ่งให้การลงทุนด้านการบริหารจัดการน้ำสามารถสร้างประโยชน์ได้ทั้งในช่วงฤดูน้ำหลากและฤดูแล้ง ในส่วนของแหล่งงบประมาณ จะมีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง รวมถึงพิจารณาการใช้เงินกู้ตามกรอบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณภาคเอกชน อาสาสมัคร และหน่วยกู้ภัยที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย พร้อมระบุว่า รัฐบาลได้ระดมการจัดหาอาหารแห้ง ถุงยังชีพ และอาหารปรุงสุก ทั้งการสั่งซื้อ การจัดตั้งโรงครัว และการจัดรถประกอบอาหารลงพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง ได้เร่งกระจายอาหารและสิ่งของจำเป็นเข้าไปให้ประชาชนแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้เชิญว่าที่ปลัดกรุงเทพมหานครและอธิบดีกรมชลประทานมาร่วมวางแผน เพื่อเร่งสูบน้ำและผันน้ำออกจากพื้นที่ให้มากที่สุด ส่วนการเปิดพื้นผิวถนนจะดำเนินการเร็วที่สุด