
วันนี้ (27 กันยายน 2569) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลหลั่งอย่างรวดเร็ว และมีข้อมูลจำนวนมากที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน รัฐบาลตระหนักดีว่า ในสถานการณ์นี้ ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน
รัฐบาลจึงได้ตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม หรือ JICC - Joint Information and Communication Center เพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นเอกภาพ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูลข่าวสารทั้งหมด จัดทำเป็นข้อมูลกลาง เพื่อส่งตรงถึงพี่น้องประชาชน ลดความสับสนจากข้อมูลที่หลากหลาย โดยกำหนดแถลงอย่างเป็นทางการเป็นประจำทุกวัน ในเวลา 10:00 น. ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT และผ่านเพจ ไทยคู่ฟ้า
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่พี่น้องประชาชนกังวลใจมากที่สุดตอนนี้ จะมีคำถามที่ว่า เรากำลังเผชิญกับน้ำท่วมใหญ่ ซ้ำรอยวิกฤตน้ำท่วมในปี 2554 แล้วหรือไม่? เพื่อให้ได้เข้าใจไทยสถานการณ์สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างสถานการณ์ปี 2554 และสถานการณ์ปัจจุบัน
น้ำท่วม 2554 ขณะนั้นประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์พายุซ้ำซ้อนถึง 5 ลูกติด เกิดมวลน้ำเหนือไหลบ่า แผ่ขยายเป็นวงกว้าง ทำให้พื้นที่รับน้ำของเขื่อนหลัก อย่างเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสัก และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เต็มความจุที่ 100% และต้องเร่งระบายน้ำลงสู่ภาคกลาง ต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน ที่แม้จะยังอยู่ช่วงฤดูฝน แต่ศักยภาพในการรองรับน้ำของ 4 เขื่อนหลัก ยังมีศักยภาพรองรับน้ำได้ถึง 7,260 ล้านลูกบาศก์เมตร
ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้น กับกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ในปัจจุบันเป็นการกำลังเผชิญกับ “สภาพอากาศสุดขั้ว” จากฝนที่ตกลงมาเป็นลักษณะฝนหมุนวน ครอบคลุมพื้นที่ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้ง กรุงเทพ และปริมณฑล โดยตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน จนถึงปัจจุบัน วัดปริมาณฝนสะสมสูงสุดอยู่ที่ 340 มิลลิเมตร หรือคิดเป็นมวลน้ำที่มากถึง 248 ล้านลูกบาศก์เมตร
ปริมาณฝนที่เผชิญขณะนี้ถือเป็นปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 หรือ ในรอบ 43 ปี ส่วนการระบายน้ำในปัจจุบัน รัฐบาลได้ประสานกับกรุงเทพมหานคร สั่งการให้ระบบระบายน้ำเดินเครื่องสูบเต็มกำลัง ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อสูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
โดยหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์น้ำที่ยังท่วมขังในพื้นที่ส่วนใหญ่ จะเริ่มคลี่คลายภายใน 2-3 วัน ศักยภาพการระบายน้ำที่ทำได้เฉลี่ยอยู่ที่ 50 ล้านลูกบาศก์ต่อวัน
ข้อมูลล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำ ขณะนี้ได้เคลื่อนตัวไปทางด้านตะวันตกของประเทศไทย ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักได้บางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งพื้นที่กรุงเทพ ปริมณฑล
และเนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังสะสม แนะนำพี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงการสัญจรเข้าไปในจุดที่ยังมีน้ำท่วมสูง แต่ทั้งนี้หากประชาชนยังมีความกังวลในสถานการณ์ รัฐบาลประสานความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการดูแลและอำนวยความสะดวกกับพี่น้องประชาชน ด้วยการจัดเตรียมพื้นที่รองรับสำหรับจอดยานพาหนะ และ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งสามารถติดตามข้อมูลได้จากศูนย์ JICC ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า
“รัฐบาลเข้าใจดีถึงความยากลำบากและความกังวลของพี่น้องประชาชน จะไม่ปล่อยให้ทุกท่านต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้เพียงลำพัง ทุกหน่วยงานกำลังทำงานแข่งกับเวลา เพื่อนำความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ปกติกลับมาให้ทุกท่านโดยเร็วที่สุด” โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการฟื้นฟู เยียวยา โดยไม่ต้องรอน้ำลดทั้งหมด
นายกรัฐมนตรียังได้ให้คำมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า ข้อมูลต้องถูกต้อง แม่นยำ การช่วยเหลือต้องรวดเร็ว และ ประชาชนต้องไม่ประสบภัยเพียงลำพัง