
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเดินทางถึงสหราชอาณาจักร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เริ่มต้นภารกิจด้วยการพบปะผู้บริหารภาครัฐ นายแม็ต เวสเทิร์น (Matt Western MP) ผู้แทนการค้าสหราชอาณาจักร รวมทั้งภาคเอกชนผู้แทนการค้าสหราชอาณาจักร รวมทั้งภาคเอกชนจากสายการบิน Virgin Atlantic และบริษัท Rolls-Royce นักลงทุนสถาบันชั้นนำในสหราชอาณาจักร จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับ UBS รวมทั้งกล่าวปาฐกถาในงานเลี้ยงรับรอง ที่มีผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนของสหราชอาณาจักรเข้าร่วมกว่า 50 คน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-สหราชอาณาจักร ซึ่งมีความใกล้ชิดทั้งในระดับพระราชวงศ์ รัฐบาลและประชาชน ทั้งสองประเทศ ยังมีค่านิยมร่วมกัน คือ การยึดมั่นในหลักการค้าพหุภาคี การค้าเสรี และหลักการและกฎเกณฑ์สากล
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงโอกาสและศักยภาพการลงทุนของไทย ปีที่ผ่านมา ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของไทยเพิ่มขึ้น 37% รัฐบาลมีนโยบายจัดทำ FTA กับประเทศต่าง ๆ และเดินหน้าเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
ในส่วนของการลงทุน ภาคเอกชนไทยหลายรายได้เข้ามาลงทุนในสหราชอาณาจักร ขณะที่สหราชอาณาจักรเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สายการบิน Virgin Atlantic ยังได้เปิดเส้นทางบินตรงจากลอนดอน–ภูเก็ต และต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตร Bangkok Airways และ ททท. เพิ่มโอกาสดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย ส่วนผู้บริหาร Rolls-Royce กล่าวขอบคุณรัฐบาลในการส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือด้านเทคโนโลยี เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการบินไทยสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งการลงทุนในไทยเท่ากับเป็นการเข้ามาลงทุนในอาเซียน ซึ่งมีประชากรกว่า 700 ล้านคน และเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงในขณะนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าว
ไทยมีความมั่นคงด้านพลังงาน รัฐบาลส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) รัฐบาลสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาด ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน ซึ่งสามารถนำไฟฟ้าส่วนเกินขายกลับให้รัฐบาลได้
นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น AI และสุขภาพ สำหรับ Data Center มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อควบคุมและกำกับการลงทุนให้เหมาะสม ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนในทุนมนุษย์ โดยมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่มีดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้เด็กไทยเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมการผลิตแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้น เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายกรัฐมนตรีเชิญชวนนักลงทุน ภาคเอกชน บริษัทชั้นนำที่ได้มาร่วมพูดคุยวันนี้ เพิ่มการลงทุน การค้าขาย เพราะการค้าขายและการลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร ยังมีน้อยอยู่ เมี่อเทียบกับศักยภาพของทั้งสองประเทศ รวมถึงนักลงทุนสถาบันการเงินของอังกฤษ อาจให้ความสนใจลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ สินทรัพย์อื่นๆ และลงทุนโดยตรง ซึ่งข้อได้เปรียบของไทยประการหนึ่ง คือ รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ทำให้นโยบายมีความต่อเนื่อง และกำหนดนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ได้ เช่น ปราบปรามสแกมเมอร์ ภัยออนไลน์ อย่างจริงจังและรวมทั้งล่าสุด หลายสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทย เป็นบวก “มีเสถียรภาพ” ซึ่งย้ำถึงโอกาสทางเศรษฐกิจของไทยยังมีอีกมาก