
นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ตนได้เป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อย (Cluster) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ณ ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมวิชาการเกษตร กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อบูรณาการท่าทีของฝ่ายไทยในประเด็นสำคัญภายใต้บททรัพย์สินทางปัญญาของการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (FTA ไทย-EU) โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศไทยและประชาชนเป็นสำคัญ
นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญามีความเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนของประเทศ ทั้งการส่งเสริมนวัตกรรมการพัฒนาพันธุ์พืชของไทย การเข้าถึงวัตถุดิบสินค้าเกษตรและอาหาร ตลอดจนระบบสาธารณสุขและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคของประชาชน การกำหนดท่าทีของไทยจึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการยกระดับมาตรฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและสาธารณสุขของไทยกับความมั่นคงทางอาหารและยาไทย รวมถึงรักษาพื้นที่เชิงนโยบายที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ในการนี้ ที่ประชุมได้หารือร่วมกันในประเด็นคงค้างสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์อารักขาพืช และการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ เพื่อให้ทีมเจรจาไทยได้แลกเปลี่ยนและรับทราบถึงข้อมูลที่สมบูรณ์ ชัดเจน และครบถ้วน สร้างความพร้อมสำหรับการเจรจาและสามารถขับเคลื่อนประเด็นสำคัญให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยทุกหน่วยงานต่างทำงานอย่างเต็มที่ในการจัดทำท่าทีที่ไทยเพื่อให้หาข้อตกลงร่วมกับ EU ในขณะที่สามารถรักษาผลประโยชน์ของประเทศได้มากที่สุด
ผู้แทนการค้าไทย ระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 10 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ณ จังหวัดภูเก็ต โดยฝ่ายไทยกำลังเร่งบูรณาการท่าทีในประเด็นสำคัญระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทีมเจรจาของไทยมีความพร้อมและสามารถขับเคลื่อนการเจรจาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การเจรจาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญามีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของหลายภาคส่วน เราจึงต้องทำการบ้านของฝ่ายไทยให้ละเอียดที่สุด เพราะทุกข้อที่เราเจรจาวันนี้ส่งผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและระบบสาธารณสุขของไทยในระยะยาว โดยทีมเจรจาให้ความสำคัญกับเสียงและผลประโยชน์ของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเต็มที่ และจะไม่ปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังจากการเปลี่ยนแปลงของกติกาการค้าโลก ทีมไทยแลนด์กำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกข้อเสนอที่เรานำไปเจรจาสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศไทย สำหรับผม FTA ที่ดีไม่ใช่เพียง FTA ที่เจรจาสำเร็จ แต่ต้องเป็น FTA ที่เมื่อเดินออกจากโต๊ะเจรจาแล้ว ประเทศไทยได้ประโยชน์ และพี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนไทยสามารถเดินไปข้างหน้ากับเราได้อย่างมั่นคง” นายวีระพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
