
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไทยสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มุ่งเชื่อมองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อสร้างเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด พร้อมเตรียมกำลังคนสำหรับอุตสาหกรรมใหม่
หนึ่งในตัวอย่างชัดเจนคือ KKUVOLT มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่สั่งสมองค์ความรู้ด้านวัสดุแบตเตอรี่มานานกว่า 10 ปี ก่อนต่อยอดจากห้องปฏิบัติการสู่การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จริง ตั้งแต่เซลล์แบตเตอรี่ INR 18650, Mini Power Bank, Conversion Kit, แบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถกอล์ฟ ไปจนถึงแบตเตอรี่สั่งทำสำหรับระบบโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์เฉพาะทาง
ปัจจุบัน KKUVOLT ยังขยายสู่ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ BESS ทั้งแบบติดผนัง แบบเคลื่อนที่ และแบบต่อขยายได้ รองรับการใช้งานตั้งแต่ครัวเรือน ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงระบบพลังงานที่มีความต้องการสูง โดยมีการพัฒนา Solar & BESS Solution สำหรับบ้าน เพื่อช่วยลดค่าไฟ เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และรองรับการใช้พลังงานสะอาดในระยะยาว
อีกก้าวสำคัญคือการพัฒนา แบตเตอรี่โซเดียมไอออน หรือ “แบตเตอรี่เกลือ” ซึ่งมีศักยภาพสำหรับระบบกักเก็บพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า ช่วยเพิ่มทางเลือกด้านเทคโนโลยีพลังงานและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
โดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เยี่ยมชมโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ KKUVOLT พร้อมติดตามความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและแนวทางความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเร่งนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสู่ตลาด
นอกจากสร้างเทคโนโลยีแล้ว มข. ยังเดินหน้าสร้างคนควบคู่กัน โดยเปิดสาขาวิชาแบตเตอรี่และพลังงานใหม่ เพื่อผลิตบุคลากรเฉพาะทางที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การสนับสนุน KKUVOLT สะท้อนทิศทางของรัฐบาลและ อว. ที่ต้องการให้ งานวิจัย “ออกจากห้องแล็บ ไปถึงตลาด” และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งทางเลือกด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยีสำหรับภาคธุรกิจ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ตลอดจนงานและทักษะใหม่สำหรับคนไทย พร้อมวางรากฐานให้อุตสาหกรรมพลังงานใหม่ของประเทศเติบโตจากองค์ความรู้และนวัตกรรมของคนไทย