นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลสถาบันไทยโคเซ็น ครั้งที่ 2/2569 โดยเน้นย้ำให้ยกระดับความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น จาก “โครงการทางการศึกษา” ไปสู่ “ระบบพัฒนาทุนมนุษย์ร่วมกัน” เชื่อมโยงตั้งแต่การค้นหาเด็กที่มีศักยภาพ การศึกษาและพัฒนาทักษะขั้นสูง การวิจัยและสร้างนวัตกรรม ไปจนถึงการมีงานทำที่ตรงกับความรู้ความสามารถ เพื่อผลิตกำลังคนคุณภาพสูงรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ระบบโคเซ็นมีจุดแข็งด้านการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การแก้ปัญหา และการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม สามารถผลิต “วิศวกรนักปฏิบัติ” และบุคลากรทักษะสูงได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันประเทศไทยจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็นแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ สถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสถาบันโคเซ็นแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พร้อมสนับสนุนให้นักเรียนไทยไปศึกษา ฝึกอบรม แลกเปลี่ยน และทำวิจัย ณ สถาบันโคเซ็นในประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
เฉพาะทุนสำหรับนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มีเป้าหมายรวม 72 คน และปัจจุบันมีนักเรียนกำลังศึกษาอยู่ 68 คน สะท้อนถึงความก้าวหน้าและความสัมพันธ์ด้านการศึกษาที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยกับญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการต้องไม่สิ้นสุดเพียงการส่งนักเรียนไปศึกษาหรือการผลิตผู้สำเร็จการศึกษา แต่ต้องมีระบบรองรับให้สามารถศึกษาต่อ พัฒนาทักษะขั้นสูง ทำวิจัย และเข้าสู่อาชีพที่เหมาะสมกับสมรรถนะ เพื่อให้การลงทุนด้านการศึกษากลับมาสร้างประโยชน์แก่ประเทศอย่างเต็มศักยภาพ
สำหรับความร่วมมือระยะที่สอง จะขยายการดำเนินงานไปยังสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเพิ่มเติม 2 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ จังหวัดชลบุรี และสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเชื่อมโยงการศึกษาระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาให้เป็นระบบเดียวกันมากขึ้น
นายประเสริฐได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาความร่วมมือในระยะต่อไปไว้ 4 ด้านสำคัญ ได้แก่