
วันนี้ (7 กันยายน 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาความรุนแรงในครอบครัว หลังมีการตั้งคำถามจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านถึงความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว โดยข้อเท็จจริงคือ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2569 และขณะนี้ผ่านการพิจารณาของวิปรัฐบาลแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระเร่งด่วน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้เพียงเร่งนำร่างกฎหมายเข้าสู่สภาฯ แต่ได้ปรับเนื้อหากฎหมาย เพื่อปิดช่องว่างของกฎหมายเดิม พ.ศ. 2550 และให้เท่าทันรูปแบบความรุนแรงในครอบครัวที่เปลี่ยนไป โดยขยายความหมายของความรุนแรงให้ครอบคลุมการทำให้เกิดความกลัว การขู่เข็ญ และการบั่นทอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงขยายการคุ้มครองไปถึงอดีตคู่สมรสและผู้ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน
ร่างกฎหมายยังเพิ่มกลไกเพื่อ “หยุดเหตุให้เร็ว” โดยเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวได้ทันที เช่น ห้ามผู้กระทำเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ หรือห้ามเสพสิ่งมึนเมา ก่อนเสนอให้ศาลเยาวชนและครอบครัวพิจารณาภายใน 48 ชั่วโมง รวมถึงคุ้มครองผู้แจ้งเหตุโดยสุจริต
นอกจากนี้ กำหนดให้ความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ พร้อมเพิ่มโทษ และกำหนดโทษหนักขึ้นกรณีกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือกระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี เพื่อให้การคุ้มครองผู้ถูกกระทำมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“จึงไม่ใช่กรณีที่รัฐบาลเห็นปัญหาแล้วไม่ได้ดำเนินการ ตรงกันข้าม รัฐบาลได้เดินหน้าปรับกฎหมายและผลักดันร่างกฎหมายผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาฯ” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้าน นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ได้มอบหมายให้เร่งรัดกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยติดตามตั้งแต่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา การรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเสนอ ครม. จนถึงการผ่านการพิจารณาของวิปรัฐบาล และขณะนี้เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในอีกไม่กี่วัน
นายชนินทร์ กล่าวว่า กระบวนการนำร่างกฎหมายจาก ครม. เข้าสู่รัฐสภามีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกฎหมายถูกปล่อยให้ล่าช้าหรือไม่มีการดำเนินการ ขณะนี้ทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องได้เดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนของสภาฯ
“รัฐบาลและกระทรวง พม. พร้อมเดินหน้ากฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันให้การพิจารณาในสภาฯ ลุล่วงโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้ไม่ควรเป็นประเด็นว่าเป็นร่างของฝ่ายใด แต่ควรเป็นความร่วมมือของทุกฝ่ายเพื่อให้ประชาชนที่เผชิญความรุนแรงได้รับการคุ้มครองโดยเร็ว” รองโฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว