
วันนี้ 3 กันยายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในชุมชนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ช่วงเช้ามืดวันที่ 1 กันยายน 2569 ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายประมาณ 15 หลัง มีผู้ประสบภัย 25 ครอบครัว รวม 97 ราย โดยมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และอาสาสมัครได้รับบาดเจ็บ 1 ราย พร้อมเร่งวางแนวทางแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในระยะยาว ผ่านโครงการ “บ้านมั่นคงริมราง”
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. มอบหมายให้นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรี พม. พร้อมด้วยผู้บริหาร พม. และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ลงพื้นที่ชุมชนนิคมมักกะสัน เพื่อตรวจสอบความเสียหาย รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน พร้อมประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานเขตราชเทวีและการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
เบื้องต้น พม. และ พอช. ได้มอบถุงยังชีพและงบประมาณโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชั่วคราวกรณีไฟไหม้ จำนวน 3,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะแรก ขณะที่ครัวเรือนที่ไม่สามารถกลับเข้าอยู่อาศัยในพื้นที่เดิมได้ จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าที่อยู่อาศัยเป็นรายเดือน ระหว่างรอการปรับปรุงและพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง
ขณะเดียวกัน หน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. ได้แก่ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมกิจการเด็กและเยาวชน และศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (HuSEC) สายด่วน 1300 ได้ร่วมสนับสนุนสิ่งของจำเป็นและถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย พร้อมประสานการช่วยเหลือด้านสวัสดิการให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาว พม. และ พอช. จะเร่งขับเคลื่อน “บ้านมั่นคงริมราง” ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง โดยวางแผนพัฒนาชุมชนนิคมมักกะสันสำหรับ 91 ครัวเรือน พร้อมเร่งรัดกระบวนการดำเนินงานให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายใน 1 เดือน เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ รวมถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัยโดยเร็ว
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือของรัฐบาลในครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การเยียวยาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในระยะยาว โดย พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำงานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนแต่ละครัวเรือน และเดินหน้าสร้างทางเลือกด้านที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน
“เหตุเพลิงไหม้สร้างความสูญเสียและกระทบต่อความมั่นคงในชีวิตของประชาชน แต่การช่วยเหลือต้องไม่หยุดอยู่เพียงการเยียวยาเฉพาะหน้า รัฐบาลจึงเร่งต่อยอดการช่วยเหลือไปสู่การสร้างที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย เปลี่ยน ‘พื้นที่ข้างราง’ ให้เป็น ‘พื้นที่แห่งโอกาส’ เพื่อให้ประชาชนมีบ้านที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว