
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวปาฐกถา "ทิศทางนโยบายและการขับเคลื่อนงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์และสถานรองรับเด็กทั้งภาครัฐและภาคเอกชน" ในเวทีสาธารณะเพื่อสร้างความตระหนักรู้ผลกระทบของการดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์และสถานรองรับเด็กทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยความร่วมมือระหว่าง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เครือข่ายการเลี้ยงดูทดแทนประเทศไทย (Alternative Care Thailand: ACT) คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลและองค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย (UNICEF) โดยมี นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวรายงาน สรุปภาพรวมการป้องกันและแก้ไขปัญหา การดูแลเด็กที่เติบโตในสถานสงเคราะห์ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งความคืบหน้าในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้อง Ballroom 1 และ 4 โรงแรม Rembrandt Bangkok
นายนิกร กล่าวว่า กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) มีภารกิจสำคัญในการคุ้มครองดูแลเด็กทุกคน พร้อมทั้งกำหนดนโยบายด้านการคุ้มครองเด็ก ทั้งการกำกับดูแลการดำเนินการตามกฎหมาย และ การยกร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กฉบับใหม่ รวมถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2570 ที่กำหนดแนวทางการทำงานเชิงป้องกันเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเสริมสร้างความเข้มแข็งความสามารถในการเลี้ยงดูเด็กของครอบครัว , การเสริมพลังให้ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในระบบคุ้มครองเด็กในพื้นที่รับผิดชอบ และการส่งเสริมการขยายบริการเลี้ยงดูแทนสำหรับเด็ก โดยใช้ครอบครัวและชุมชนเป็นฐาน แต่จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทราบว่ามีปัญหาการทำงานคุ้มครองเด็กเป็นระยะ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในการดูแลของสถานสงเคราะห์หรือสถานรองรับเด็กประเภทต่าง ๆ ซึ่งจากการสำรวจของกระทรวง พม. เมื่อปี 2568 พบว่า มีจำนวนสถานรองรับเด็กในการกำกับดูแล จำนวนรวม 407 แห่ง มีเด็กในการดูแล 16,701 คน แบ่งเป็น 1) ภาครัฐ 108 แห่ง รองรับเด็ก 4,421 คน และ 2) ภาคเอกชน 299 แห่ง รองรับเด็ก 12,280 คน ซึ่ง ในจำนวนดังกล่าวได้รับอนุญาต 134 แห่ง รองรับเด็ก 6,508 คน และไม่ได้รับอนุญาต 165 แห่ง รองรับเด็ก 5,772 คน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวพบว่า ยังคงมีสถานสงเคราะห์เอกชนจำนวนมากกว่าครึ่งที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งตามกฎหมาย ซึ่งเกิดจากข้อจำกัดด้านต่าง ๆ
นายนิกร กล่าวว่า กระทรวง พม. มีความพยายามในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้หารือร่วมกับคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติเพื่อการทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคีเครือข่าย ในการพัฒนาระบบการดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์และสถานรองรับเด็กภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งตนให้ความสำคัญกับการทำงานทั้งเชิงการป้องกันปัญหาและการคุ้มครองดูแล 5 ด้าน ตั้งแต่ 1) การส่งเสริมให้สถานสงเคราะห์และสถานรองรับเด็กทุกแห่ง ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการเลี้ยงดูเด็กและนโยบายการปกป้องคุ้มครองเด็ก 2) การสนับสนุนให้เด็กที่อยู่ในความดูแลของสถานที่ดูแลเด็กของภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 135,000 คน กลับคืนสู่ครอบครัว ชุมชนได้ โดยต้องกำหนดให้สถานรองรับเด็กและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีนักสังคมสงเคราะห์อย่างน้อย 1 คน 3) การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว ชุมชน สามารถดูแลเด็กได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ไม่ให้เด็กเข้าสู่สถานรองรับเด็กโดยไม่จําเป็น 4) การส่งเสริมการจัดสวัสดิการครอบครัวทดแทน เช่น ครอบครัวเครือญาติอุปถัมภ์ ครอบครัวอุปถัมภ์ และครอบครัวบุญธรรม และ 5) การทำความเข้าใจผู้ให้ทุนแก่สถานรองรับเด็ก
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดเวทีสาธารณะในครั้งนี้ นับเป็นเวทีสร้างการรับรู้ที่สำคัญร่วมกัน ซึ่งกระทรวง พม. โดยกรม ดย. จะได้พัฒนาระบบงานสถานรองรับเด็กทั้งการสนับสนุนการจัดบริการที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย ผ่านการมีระบบติดตามกำกับดูแลตามกฎหมาย และจะได้สร้างความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่มีสถานที่ดูแลเด็กที่ครอบคลุม อย่างไรก็ตาม วันนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงเจตนารมณ์ของทุกภาคส่วน เพื่อเน้นย้ำถึงการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กเพื่อให้เติบโตในครอบครัวอย่างมั่นคง และปลอดภัย แต่หากมีความจำเป็นที่เด็กจะต้องเข้ารับการดูแลในสถานรองรับเด็ก ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เด็กต้องได้รับการจัดบริการที่เหมาะสม มีมาตรฐาน และมีการกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด โดยต้องดำเนินการให้เด็กสามารถกลับไปอยู่กับครอบครัว ซึ่งการจัดให้เด็กได้รับการดูแลในสถานรองรับเด็ก ต้องดำเนินการเป็นวิธีสุดท้าย และขอให้การสร้างความตระหนักรู้และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำงานของทุกภาคส่วน นำมาสู่การขับเคลื่อนการทำงานเพื่อเด็กทุกคนในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง ง#สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #สถานสงเคราะห์และสถานรองรับเด็ก