
วันนี้ (22 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ยังคงติดตามสถานการณ์และเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอากาศยานจากหน่วยงานในสังกัดเข้าพื้นที่ เพื่อดูแลประชาชนตั้งแต่การอพยพและส่งสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่การเดินทางถูกตัดขาด ไปจนถึงการเร่งทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านเรือนในพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดระดับ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากถนนและสะพานขาด อุทยานแห่งชาติดอยภูคาได้จัดตั้งศูนย์รองรับผู้ประสบภัย ณ ลานกางเต็นท์ “ลานดูเดือน” บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นทั้งพื้นที่รองรับผู้ประสบภัยและฐานประสานความช่วยเหลือในพื้นที่ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าพักอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่การเดินทางภาคพื้นดินยังเข้าไม่ถึง ทส. ได้นำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDA มาประกอบการประเมินสถานการณ์และวางแผนเข้าถึงพื้นที่ พร้อมสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ปฏิบัติภารกิจลำเลียงถุงพระราชทาน ถุงยังชีพ ข้าวสาร และอาหารแห้งไปยังประชาชน โดยช่วงเช้าวันนี้ (22 สิงหาคม 2569) ปฏิบัติการบินรวม 6 เที่ยว มุ่งหน้าไปยังบ้านห้วยปูด ตำบลภูคา อำเภอปัว เพื่อให้สิ่งของจำเป็นเข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด
“ขณะนี้ภารกิจในจังหวัดน่านกำลังเดินควบคู่กันสองด้าน พื้นที่ที่ยังถูกตัดขาดต้องเร่งส่งอาหารและสิ่งของจำเป็นเข้าไปให้ถึง ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดแล้วต้องเร่งคืนสภาพบ้านเรือนและชุมชนให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วที่สุด โดยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ทส. ระดมเจ้าหน้าที่ 150 นาย จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน พร้อมรถกระบะ 17 คัน รถแทรกเตอร์ 4 คัน และรถบรรทุกน้ำ ลงพื้นที่อำเภอปัวและอำเภอเมืองน่าน สามารถช่วยเหลือประชาชนทั้งด้านการอพยพและทำความสะอาดบ้านเรือนแล้ว 750 ราย รวม 320 ครัวเรือน พร้อมจัดเตรียมถุงยังชีพและน้ำดื่มอีก 300 ชุดสำหรับแจกจ่ายเพิ่มเติม” นางสาวลลิดากล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านการสนับสนุนระบบสาธารณูปโภค กรมทรัพยากรน้ำได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ระดมเจ้าหน้าที่เกือบ 50 นาย พร้อมรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 7 คัน เครื่องสูบน้ำ 6 เครื่อง และน้ำดื่มกว่า 6,000 ขวด กระจายกำลังเข้าช่วยฟื้นฟูพื้นที่บ้านเก็ต บ้านดอนศรีเสริม และบ้านร้อง อำเภอปัว เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการฟื้นตัวของชุมชนหลังระดับน้ำลดลง
“รัฐบาลขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องชาวน่านว่า การช่วยเหลือจะไม่หยุดเพียงเมื่อน้ำลด แต่จะเดินหน้าต่อไปถึงขั้นฟื้นฟูบ้านเรือนและชุมชน พื้นที่ใดที่รถยังเข้าไม่ถึงก็ใช้อากาศยานนำความช่วยเหลือเข้าไป ส่วนพื้นที่ใดเข้าถึงได้แล้วก็เร่งระดมคนและเครื่องจักรเข้าไปช่วยทันที โดยทุกภารกิจต้องดำเนินการควบคู่กับความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว.