
วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) กระทรวงคมนาคมบูรณาการหน่วยงานในสังกัด ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร ยานพาหนะ และอุปกรณ์กู้ภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในพื้นที่จังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมเร่งเปิดเส้นทางคมนาคมที่ได้รับผลกระทบ ดูแลการเดินทางทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางอากาศ และระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือและสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน กระทบต่อบ้านเรือนประชาชนและโครงข่ายคมนาคม โดยบางเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้
กระทรวงคมนาคมจึงได้บูรณาการทุกหน่วยงานในสังกัดให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการแจ้งเตือนประชาชน การบริหารจัดการเส้นทางสัญจร การเฝ้าระวังเส้นทางสายหลัก สายรอง และจุดเสี่ยง พร้อมระดมบุคลากร เครื่องจักรกลหนัก ยานพาหนะ และอุปกรณ์กู้ภัยเข้าพื้นที่ รวมถึงเตรียมเครื่องมือสำหรับเปิดเส้นทางและเร่งระบายน้ำ เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “ภารกิจสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการดูแลชีวิต ความปลอดภัย และลดความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะเส้นทางหลักและเส้นทางที่เชื่อมต่อชุมชน ต้องเร่งเปิดทางให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอันดับแรก”
สำหรับการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด กรมทางหลวง ได้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยเร่งเคลียร์ดินสไลด์ เปิดเส้นทาง และฟื้นฟูจุดที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้เส้นทางได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
กรมทางหลวงชนบท จัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและติดตามระดับน้ำบนโครงข่ายทางหลวงชนบทอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตั้งป้ายเตือนและไฟสัญญาณในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ตลอดจนจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร และถุงยังชีพสำหรับส่งมอบแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ด้าน ท่าอากาศยานน่านนคร ในวันนี้ (20 สิงหาคม 2569) ยังคงเปิดให้บริการและสามารถให้บริการเที่ยวบินขึ้น - ลงได้ตามปกติ โดยได้กำชับท่าอากาศยานและสายการบินให้อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถเดินทาง หรือมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทาง ซึ่งสายการบินได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากสายการบินโดยตรง
ขณะที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์และปรับแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับสภาพเส้นทาง เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและลดผลกระทบต่อการเดินทางให้มากที่สุด
ส่วน กรมเจ้าท่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมเรือและรถยนต์เข้าพื้นที่ประสบภัย เพื่อสนับสนุนการขนส่งถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นไปยังประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการรับ–ส่งผู้ป่วยออกจากพื้นที่ประสบภัยเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล
ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (21 สิงหาคม 2569) นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ตรวจสอบความเสียหายของถนนและสะพาน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนซ่อมแซม ฟื้นฟู และคืนโครงข่ายคมนาคมให้ประชาชนสามารถใช้งานได้โดยเร็ว
นายพิพัฒน์ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และบูรณาการทุกหน่วยงานในสังกัดเข้าช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยเป้าหมายสำคัญคือ “เข้าถึงพื้นที่ให้เร็ว เปิดเส้นทางให้ได้ และดูแลประชาชนให้ปลอดภัย” พร้อมเตรียมกำลังและเครื่องจักรให้สามารถเข้าปฏิบัติการได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเส้นทางคมนาคมเสียหาย หรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อ สายด่วนศูนย์ปลอดภัยคมนาคม 1356 หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้แก่ กรมทางหลวง 1586 กรมทางหลวงชนบท 1146 การรถไฟแห่งประเทศไทย 1690 และกรมเจ้าท่า 1199 รวมถึงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่