
วันนี้ (12 สิงหาคม 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการได้เร่งติดตามและดึงเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน ควบคู่กับการใช้ฐานข้อมูลจริง วางแผนจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับจำนวนเด็กในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ทั้งนี้จากการเดินหน้านโยบาย Thailand Zero Dropout อย่างจริงจังในพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ติดตามตัวเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้แล้ว 58,485 คน และช่วยเหลือดึงกลับเข้าสู่ระบบได้แล้ว 30,968 คน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างติดตามและให้ความช่วยเหลือ ซึ่งแนวทางการช่วยเหลือจะเน้นติดตามเป็นรายบุคคล เพื่อค้นหาสาเหตุและหาแนวทางที่เหมาะสมในการนำเด็กกลับเข้าสู่การศึกษา ทั้งในระบบ และนอกระบบ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า เพื่อเป็นขยายโอกาสทางการเรียนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละคน รัฐบาลจึงได้อนุมัติการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว หรือ โฮมสคูล จำนวน 153 ครอบครัว เพื่อเปิดทางให้ครอบครัวสามารถจัดการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสมกับผู้เรียนได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด
สำหรับข้อห่วงใยเรื่องจำนวนเด็กนักเรียนในกรุงเทพฯ ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนอาจส่งผลให้มีโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้นนั้น ได้มีการวิเคราะห์ถึงเรื่องนี้อย่างละเอียด โดยได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำฐานข้อมูลสถิตินักเรียนโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ในกรุงเทพฯ ย้อนหลัง 10 ปี เพื่อวิเคราะห์ว่าเด็กที่ลดลงนั้น ย้ายไปเรียนที่ใด หรือหลุดออกจากระบบหรือไม่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะใช้ประเมินแนวโน้มจำนวนผู้เรียน และวางแผนบริหารจัดการโรงเรียน รวมถึงจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับจำนวนเด็กและสถานการณ์จริงของแต่ละพื้นที่