
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางกรอบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมิติการค้าและการบริการ
ในการประชุมครั้งนี้ นายสุรศักดิ์ได้นำเสนอมาตรการสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำถึงการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว “เมืองน่าเที่ยว” หรือเมืองรอง และการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนให้เข้าถึงระดับชุมชน โดยมีไฮไลท์สำคัญดังนี้
กระทรวงฯ ได้เสนอแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในรูปของเงินสนับสนุน (Payment) ภายใต้ชื่อโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ซึ่งเป็นการรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน โครงการนี้จะเน้นสนับสนุนภาคบริการอื่นๆ นอกเหนือจากค่าอาหาร โดยจะใช้แพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทยเป็นหลัก ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาแหล่งเงินงบประมาณและเงื่อนไขรายละเอียด โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มดำเนินการให้ทันในช่วง “กรีนซีซั่น” (Green Season) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการนำเสนอแนวทางการจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย โดยเงินจำนวนนี้จะนำเข้าสู่ กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพื่อใช้ประโยชน์ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว: ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเดิมและการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (Man-made) ในเมืองน่าเที่ยวต่างๆ
2. การดูแลนักท่องเที่ยว: จัดสรรเป็นค่าประกันภัยและดูแลความปลอดภัยให้กับผู้มาเยือน
3. ความยั่งยืน: นำไปเยียวยาและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy ที่มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน ภายใต้กรอบนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ต้องการให้เห็นผลสัมฤทธิ์ที่รวดเร็วหรือ “Quick Win” ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี โดยเน้นการปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันโดยไม่ต้องรอการแก้ไขกฎหมาย
นายสุรศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างแท้จริง เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทยให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในสัปดาห์หน้า