
และร่วมแสวงหาการสนับสนุนจากฝ่ายนิติบัญญัติรัฐสภาสหรัฐฯ รวมทั้ง พร้อมยืนยันบทบาทสำคัญที่สร้างสรรค์ของไทยในเวทีสหประชาชาติ เพื่อสันติภาพและผลประโยชน์ของชาติ
โดยภารกิจ ณ กรุงวอร์ชิงตัน ดี.ซี. ได้วางพวงมาลา ณ สุสานทหารแห่งชาติ Arlington และหารือกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสงคราม และกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ได้แก่ นาย John Noh ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามสหรัฐฯ ด้านความมั่นคงอินโด-แปซิฟิก, นาย Elbridge Colby รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงคราม สหรัฐฯ ด้านนโยบาย นาย Daniel P. Driscoll รัฐมนตรี ทบวงทหารบก สหรัฐฯ และ นาย Seth Bailey รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประจำสำนักกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเน้นย้ำความสำคัญของความเป็นพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาค และในฐานะที่เป็นพันธมิตรหลักนอกองค์การ NATO และต่อยอดความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้รูปธรรม ซึ่งฝ่ายไทยประสงค์ที่จะผลักดันให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทย เป็นโครงการนำร่อง ตามร่าง Roadmap ที่ ได้รับการอนุมัติหลักการแล้ว พร้อมกันนี้ ยังได้เยี่ยมชมการสาธิตการใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับในการดำเนินกลยุทธ์ และโครงการพัฒนาระบบโจมตีแบบไร้คนขับต้นทุนต่ำ หรือ LUCAS ณ ฐานทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ ควอนติโก สำหรับด้านการต่างประเทศ ได้เห็นพ้องที่จะผลักดันกลไกการประชุม 2+2 Strategic Dialogue ระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ (ระดับนโยบาย/ปลัดกระทรวง) ให้เกิดความต่อเนื่องเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน รวมทั้งการขยายความร่วมมือในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ด้วยการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง
นอกจากนี้ยังได้หารือกับ นาง Tammy Duckworth สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ณ อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ โดยยินดีที่จะสนับสนุนโครงการช่วยเหลือประเทศไทย ทั้งด้านการศึกษา อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการแพทย์ทหาร
ต่อมาได้เดินทางไปยังนครนิวยอร์ก เพื่อหารือกับผู้บริหารระดับสูงขององค์การสหประชาชาติ ได้แก่ นาง Elizabeth Mary Spehar ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติด้านการสร้างสันติภาพและการสนับสนุนสันติภาพ และนาย Atul Khare รองเลขาธิการสหประชาชาติ ฝ่ายสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ โดยได้ยืนยันท่าทีของไทยในการยึดมั่นในระบบพหุภาคีนิยมและให้ความสำคัญกับบทบาทของสหประชาชาติ พร้อมที่จะส่งกำลังสนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมบทบาทสตรีในภารกิจรักษาสันติภาพ เพื่อขับเคลื่อนแนวทางความร่วมมือในการสนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ
นอกจากนี้ ได้เข้าเยี่ยมคำนับ ดร.สุริยา จินดาวงศ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ และ นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตไทยและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ เพื่อหารือข้อราชการ ตลอดจนได้ตรวจเยี่ยม สำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร ประจำสหรัฐฯ และ สำนักงานที่ปรึกษาทางทหารประจำคณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก
ทั้งนี้ ในทุกการหารือ ได้ชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายไทยยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและถ้อยแถลงร่วมฯ และแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี ซึ่งปัจจุบัน ถึงแม้สถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังคงเปราะบาง เนื่องจากกัมพูชายังมีการยั่วยุ เผยแพร่ข่าวสารที่บิดเบือน และนำปัญหาไปสู่เวทีระหว่างประเทศ เพื่อกล่าวหาไทย ทั้งนี้ ไทยพร้อมที่จะเข้าร่วมกระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ ภายใต้ UNCLOS ด้วยท่าทีที่สร้างสรรค์และสุจริตใจ
การเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะเป็นก้าวสำคัญในการสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางทหาร และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมบทบาทที่สร้างสรรค์และน่าเชื่อถือของไทยในเวทีสากล พร้อมที่จะขับเคลื่อนภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ




























