
วันนี้ (27 กรกฎาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (World Class Aviation Hub) อย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคมเปิดเส้นทางเชื่อมต่อ อุดรธานี–กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)–กรุงโตเกียว (นาริตะ) พร้อมเปิดตัวบริการ Sky ConX (Check-Thru Service) ของสายการบินไทยเวียตเจ็ท ที่ให้ผู้โดยสารเช็กอิน โหลดสัมภาระ และรับบอร์ดดิ้งพาสเพียงครั้งเดียวที่สนามบินต้นทาง ก่อนรับสัมภาระที่สนามบินปลายทางได้ทันที ช่วยให้การเดินทางระหว่างประเทศสะดวก รวดเร็ว และไร้รอยต่อ พร้อมยกระดับท่าอากาศยานอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการบินของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สนับสนุนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของประเทศ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานเปิดงาน “เปิดฟ้าอุดรฯ เชื่อมต่อการเดินทางระดับนานาชาติ” พร้อมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ (Thai Vietjet Air) เที่ยวบิน VZ200 เส้นทางอุดรธานี–กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)–กรุงโตเกียว (นาริตะ) รวมทั้งเป็นประธานประชุมหารือการยกระดับท่าอากาศยานอุดรธานีสู่การเป็นสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ และติดตามความพร้อมในการรองรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ปี 2569
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การเปิดบริการ Sky ConX ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการเดินทางทางอากาศของประเทศไทย โดยผู้โดยสารสามารถเช็กอิน โหลดสัมภาระ และรับบอร์ดดิ้งพาสเพียงครั้งเดียวที่สนามบินต้นทาง ก่อนรับสัมภาระที่สนามบินปลายทางได้ทันที โดยไม่ต้องเช็กอินหรือรับกระเป๋าซ้ำที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางสู่จุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนเพิ่มศักยภาพด้านคมนาคม ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และผลักดันจังหวัดอุดรธานีให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สอดรับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World Class Aviation Hub)
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ท่าอากาศยานอุดรธานีอยู่ระหว่างดำเนินการขอประกาศเป็น “ท่าอากาศยานนานาชาติ” อย่างเป็นทางการ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมท่าอากาศยาน ก่อนเสนอต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศได้อย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ พร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และการอำนวยความสะดวกให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ท่าอากาศยานอุดรธานีได้ปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร B เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน C.I.Q. อย่างครบวงจร ประกอบด้วย ด่านศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านกักกันพืชและสัตว์ และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พร้อมทั้งก่อสร้างถนนเชื่อมจากอาคารดับเพลิงเข้าสู่ทางวิ่ง (Runway) และขยายถนนทางเข้าท่าอากาศยาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ลดปัญหาการจราจร และรองรับผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าพัฒนาการเดินทางภายใต้นโยบาย Airport for Regional Development โดยเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะระหว่างท่าอากาศยานอุดรธานีกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด เช่น ย่านเวียดนามทาวน์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ส่งเสริมการใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ควบคู่กับการยกระดับท่าอากาศยานภูมิภาคให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและเครือข่ายการบินระหว่างประเทศ
ปัจจุบันท่าอากาศยานอุดรธานีรองรับผู้โดยสารได้กว่า 3.4 ล้านคนต่อปี และมีเที่ยวบินภายในประเทศมากกว่า 30 เที่ยวบินต่อวัน อีกทั้งในปี 2569 ยังได้เปิดให้บริการเที่ยวบินตรงของสายการบินไทยเวียตเจ็ทในเส้นทางอี้อู–อุดรธานี และอู๋ซี–อุดรธานี ซึ่งช่วยเพิ่มการเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน และสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน โดยการเปิดเส้นทางเชื่อมต่อสู่กรุงโตเกียวผ่านบริการ Sky ConX ในครั้งนี้ จะยิ่งเสริมบทบาทของท่าอากาศยานอุดรธานีในฐานะศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคที่เชื่อมต่อเครือข่ายการบินระหว่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ
เพื่อรองรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 กระทรวงคมนาคมได้บูรณาการแผนการเดินทางในรูปแบบ One Transport จัดรถโดยสารรับ–ส่ง (Shuttle Bus) เชื่อมต่อท่าอากาศยานอุดรธานีและสถานที่จัดงาน รวม 40 เที่ยวต่อวันต่อเส้นทาง ครอบคลุม 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ บิ๊กซี อุดรธานี 2 (นาดี) โลตัส อุดรธานี 2 (นาดี) และตลาดรวมใจ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว รองรับปริมาณผู้เดินทางที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าการผลักดันท่าอากาศยานอุดรธานีสู่การเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ เชื่อมโยงการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับนานาประเทศ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอย่างยั่งยืน.