
วันนี้ (22 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับชุมชนในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมราชรถ 1 กระทรวงคมนาคม
โดยมี นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การรถไฟแห่งประเทศไทย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด และผู้แทนภาคประชาชน เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันติดตามความคืบหน้าและหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นเรื่องที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในการอยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนหลายหมื่นครัวเรือนทั่วประเทศ การแก้ไขปัญหาจะต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งในมิติของกฎหมาย ความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะยึดหลักการ “รับฟังทุกฝ่าย เพื่อแก้ไขอย่างเป็นธรรม”
ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามมติการประชุมเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 อาทิ การต่ออายุสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 24 สัญญา ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว 2 สัญญา และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 22 สัญญา รวมทั้งการเปลี่ยนคู่สัญญาเช่าที่ดินจากบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 10 สัญญา เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสิทธิการเช่าที่ดินให้แก่ประชาชนในระยะยาว ระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามการแก้ไขปัญหาของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบรางในหลายพื้นที่ อาทิ การพิจารณาปรับอัตราค่าเช่าที่ดิน การแก้ไขปัญหาการไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้แก่ชุมชน การปรับอัตราค่าเช่าที่ดินที่เชื่อมโยงกับอัตราเงินเฟ้อ การขออนุญาตก่อสร้างโครงการบ้านมั่นคง การวัดแนวเขตที่ดิน ตลอดจนปัญหาการชำระภาษีและค่าเช่าของชุมชน เพื่อให้ทุกประเด็นได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการ
ในส่วนของการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการฯ เพื่อทำหน้าที่ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบข้อเท็จจริง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน และเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและรวดเร็วยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการสานต่อนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับชุมชนในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งครอบคลุมประชาชนใน 35 จังหวัด จำนวนกว่า 300 ชุมชน หรือกว่า 27,000 ครัวเรือน โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันหารือกับภาคประชาชน เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนและนำเสนอคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาต่อไป
นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำว่า การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนจะต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เราจะไม่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่จะต้องทำให้ทั้งสองเรื่องเดินไปด้วยกันได้ กระทรวงคมนาคมพร้อมเป็นตัวกลางในการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย และเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบของกฎหมาย ความถูกต้อง และความเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน












