
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการ ททท. ปี 2570 ณ ห้องลุมพินี แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 10 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยด์ ลุมพินี กรุงเทพฯ โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การสร้างรายได้ การกระจายโอกาสสู่ภูมิภาค และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างไรก็ตาม ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกเดือด การเข้าสู่สังคมสูงวัย ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการเข้ามามีบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก โดยรัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตที่มีคุณภาพ สมดุล และยั่งยืน สอดคล้องกับทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง บนฐานนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับแนวทางสำคัญในการดำเนินงานของ ททท. ปีงบประมาณ 2570 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มอบนโยบายหลัก 5 ประการ โดยประการแรกคือการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ทรงคุณค่า (High Value Destination) ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าจากการท่องเที่ยวมากกว่าการมุ่งเน้นเพียงจำนวนผู้เดินทาง พร้อมส่งเสริมสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวคุณภาพในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ วัฒนธรรม อาหาร กีฬา ความบันเทิง และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ประการที่สองคือการสร้างสมดุลตลาดท่องเที่ยวและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป ขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตลาดศักยภาพใหม่ ควบคู่กับการรักษาฐานตลาดหลักและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงตลอดทั้งปี
ประการที่สามคือการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยให้ ททท. พัฒนาขีดความสามารถด้านข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยว และประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผน การสื่อสารการตลาด และการตัดสินใจเชิงนโยบาย นำพาองค์กรสู่การเป็น Data-driven Organization อย่างเต็มรูปแบบ ประการที่สี่คือการสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทย ผ่านการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชน โดยสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น และประการสุดท้ายคือการพัฒนาองค์กรให้มีสมรรถนะสูงและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มีความคล่องตัว ปรับตัวเร็ว และพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะแห่งอนาคตเพื่อตอบโจทย์ประเทศ
ขณะที่ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ประธานกรรมการ ททท. และปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวเน้นย้ำแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการปี 2570 โดยขอให้ทุกแผนงานมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่สร้างคุณค่าให้ประเทศ สอดคล้องกับแนวทาง High Value Tourism พร้อมทั้งให้ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี AI เป็นพื้นฐานของทุกการตัดสินใจเพื่อความแม่นยำและทันการณ์ นอกจากนี้ยังต้องเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งระบบเชื่อมโยงทุกภาคส่วน และท้ายที่สุด แผนปฏิบัติการจะต้องพร้อมรับอนาคต มีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้รวดเร็ว มีตัวชี้วัดชัดเจน และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและความมุ่งมั่นของบุคลากร ททท. ทุกคน จะสามารถขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่การเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจประเทศ สร้างความสุขให้แก่นักท่องเที่ยว และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทย พร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืนต่อไป