
วันนี้ (26 มิถุนายน 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภค และเสริมความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการและนักลงทุน โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขยายตัวของอีคอมเมิร์ซและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น ส่งผลให้การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามีความซับซ้อนและแพร่กระจายได้รวดเร็ว รัฐบาลจึงเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับ สกัดกั้น และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อปกป้องสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–พฤษภาคม) สามารถระงับและลบรายการสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ 1,322 รายการ พร้อมขยายผลสู่การตรวจค้นแหล่งกักเก็บสินค้าและโกดังที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้กระทำผิดได้ 116 คดี ยึดของกลางรวม 224,042 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 81.7 ล้านบาท สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการบูรณาการความร่วมมือและการใช้เทคโนโลยีในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม
โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญายังร่วมมือกับ Meta ประเทศไทย จัดอบรมการใช้เครื่องมือ Brand Rights Protection ให้แก่เจ้าของสิทธิและภาคเอกชน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และแจ้งระงับสินค้าละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“รัฐบาลมุ่งสร้างระบบนิเวศด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ตัดวงจรการจำหน่ายสินค้าละเมิดตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่การยกระดับระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว ยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้ทัดเทียมนานาชาติ” นางสาวรัชดา กล่าว