วานนี้ (9 มิ.ย. 69) เวลา 20.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เข้าตรวจค้นบริษัทและโกดังเก็บสารเคมี 10 จุดปฏิบัติการ ในพื้นที่ 4 จังหวัด (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง) โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมแถลงข่าว ณ โกดังเก็บสารเคมี (โกดังที่ 20) ซอยสุขสวัสดิ์ 49 ตำบลบางครุ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ตำรวจ ทหาร DSI ได้ร่วมกันพบว่ามีการลักลอบเก็บสารเคมีที่จากการนำสืบเชื่อได้ว่า จะนำไปสู่กระบวนการการผลิตยาเสพติด ซึ่งไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานในประเทศที่ร่วมมือกันในปฏิบัติการครั้งนี้ แต่ยังมีการร่วมมือกันของสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสาธารณรัฐเกาหลี หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ที่ได้ร่วมมือกันเพราะมีเป้าหมายคือการตัดตอนเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
"รัฐบาลไทยได้รับความร่วมมือ จากรัฐบาลเกาหลี ได้ขยายผลทางการข่าว และส่งตัวนักค้ายาเสพติดรายสำคัญคือนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ "หนูเฉิน" ได้ถูกส่งตัวมาอย่างทางการไทยแล้ว และอยู่ในการคุมขังควบคุมตัวอยู่ หลังจากที่หนีออกจากประเทศไปถึง 14 ปี ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ร่วมกันขยายผลทราบว่านายหนูเฉินมีเครือข่ายเชื่อมโยงทางธุรกรรมต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในธุรกรรมนั้นคือการลักลอบซื้อขายสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ ที่นำไปใช้ในการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปอีกว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้มีการปฏิบัติการทั้งสิ้นสามบริษัท ในพื้นที่ 4 จังหวัด กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง และนนทบุรี รวมทั้งหมด 10 จุดปฏิบัติการ พบว่าบริษัทเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มจีนเทาที่กระทำผิดในไทย ที่ลักลอบนำสารเคมีไปใช้การผลิตเอโทมิเดต (วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2) ซึ่งนำไปผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และได้มีการจับกุมไปแล้ว จำนวน 4 ครั้ง ดังนั้นการปฏิบัติการครั้งนี้จึงถือเป็นการผนึกกำลังกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง และตัดตอนการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทย
เราสามารถตรวจยึดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติดได้จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ อาเซโตน, กรดไฮโดรคลอริก, กรดอะซิติก และไดออกทิล ทาเลต รวมทั้งหมด 50 ตัน ซึ่งความสำคัญที่เป็นสาระของการต้องมีสารเหล่านี้ คือ หากสารเคมีทั้งหมดนี้ถูกส่งไปที่โรงงานผลิตยาเสพติด จะสามารถผลิตยาบ้าได้ถึงปริมาณ 1,100 ล้านเม็ด เท่ากับปริมาณการตรวจยึดยาบ้าทั้งปี หรือเทียบเท่ากับการผลิตยาไอซ์ได้ถึง 21 ตัน