
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,822 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,980 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,979 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 20 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ด่านปิดมา 1 ปี แต่ยังพบชาวกัมพูชาสัญจรไปมา-อาศัยในพื้นที่ คลองลึก โรงเกลือ จ.สระแก้ว
อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง MRT เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เริ่มวันที่ 1 มิ.ย. 69
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ทางการไทยและกัมพูชามีมาตรการผ่อนปรนให้เปิดด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ให้เด็กมาเรียน
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดรับแรงงานประเทศออสเตรเลีย สัญญาจ้าง 3 ปี ภายใต้กระทรวงแรงงาน ผ่านเพจ ชื่อ นุ่น แล้วไง
อันดับที่ 5 ข่าวปลอม ชาเขียว ใช้ช่วยลดผมร่วงได้
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งให้ทุนการศึกษาเด็กกัมพูชา 800 ล้านบาท
อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หญิงวัยทอง อ้วน และมีรอบเอวเกินกว่า 32 นิ้ว เสี่ยงป่วย 5 มะเร็งร้ายแรง
สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ด่านปิดมา 1 ปี แต่ยังพบชาวกัมพูชาสัญจรไปมา-อาศัยในพื้นที่ คลองลึก โรงเกลือ จ.สระแก้ว” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ออกหนังสือกำชับการปฏิบัติในการงดการเดินทางผ่านเข้า-ออกชายแดนไทย-กัมพูชาของบุคคลและยานพาหนะ และจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าทุกกรณี อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบได้มีการบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนต่างด้าวที่ลักลอบข้ามชายแดนโดยผิดกฎหมาย โดยจากการตรวจสอบในส่วนของ สตม. ไม่พบชาวกัมพูชาลักลอบข้ามชายแดนไทย-กัมพูชาไปมา และลักลอบอาศัยในพื้นที่ตลาดโรงเกลือ บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วตามที่ข่าวกล่าวอ้างแต่อย่างใด