
“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนพฤษภาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคเหนือ จากแรงหนุนของภาคบริการโดยมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก และภาคอุตสาหกรรมจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานตามปัจจัยฤดูกาล ทั้งนี้ ควรติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และปรากฏการณ์เอลนีโญต่อไป”
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนพฤษภาคม 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนพฤษภาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคเหนือ จากแรงหนุนของภาคบริการโดยมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก และภาคอุตสาหกรรมจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานตามปัจจัยฤดูกาล ทั้งนี้ ควรติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และปรากฏการณ์เอลนีโญต่อไป” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 73.5 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการ โดยมีอานิสงส์จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และภาคเกษตรกรรมจากความต้องการสินค้าเกษตรที่ยังอยู่ในระดับดี สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ยังคงส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 74.9 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของภาคบริการและการจ้างงานในพื้นที่เป็นสำคัญ ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 67.9 สะท้อนความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ โดยในภาคอุตสาหกรรมมีสัญญาณบวกจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานตามปัจจัยฤดูกาล เช่น ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยางพารา ลำไย ลิ้นจี่ สับปะรด และชา นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ (Soft power) ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่น ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 65.3 สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวได้ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการและภาคเกษตรกรรม จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว สภาพอากาศที่เหมาะแก่การเพาะปลูก และแรงสนับสนุนด้านผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 63.4 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคเกษตรกรรม โดยได้รับปัจจัยบวกจากการก้าวเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปีซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก และภาคบริการจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวและแผนการจัดกิจกรรมภายในจังหวัด นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 61.1 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการเนื่องจากคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และภาคเกษตรกรรมที่คาดว่าจะมีการลงทุนฟาร์มไก่เนื้อมากขึ้น และเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 57.8 ได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคการจ้างงานที่มีนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการจากทางภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และเป็นช่วง High Season ของภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 57.6 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการและภาคการลงทุน ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนการผลิต ปรากฏการณ์เอลนีโญ รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองความเชื่อมั่นในระยะถัดไป
ตารางสรุปดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค ประจำเดือนพฤษภาคม 2569
กทม. และปริมณฑล ภาคตะวันออก ภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันตก เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
(EEC)
ดัชนีความเชื่อมั่น
อนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค 57.6 73.5 63.4 65.3 57.8 67.9 61.1 74.9
ดัชนีแนวโน้มรายภาค
1) ภาคเกษตร 51.2 71.8 66.3 68.8 58.8 65.5 64.8 71.0
2) ภาคอุตสาหกรรม 58.5 70.4 57.6 64.1 52.9 72.2 56.4 72.5
3) ภาคบริการ 60.2 83.1 65.6 69.2 58.9 68.1 67.5 84.9
4) ภาคการจ้างงาน 58.4 71.4 64.2 61.4 59.8 66.9 57.3 74.7
5) ภาคการลงทุน 59.8 70.7 63.2 62.9 58.8 66.8 59.6 71.7
กองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
โทร. 0-2273-9020 ต่อ 3254