วันที่ 9 เม.ย. 69 เวลา 13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าวการยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ในคดีที่นางสาวแตงไทย กรณีนายยิม เลียก, นางวิรินยา ยิม, นายเบน สมิธ และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน เป็นสมาชิกอั้งยี่ รวมถึงการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ ปปง. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ณ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรุงเทพฯ
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการถอนรากถอนโคนขบวนการอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนแก่เศรษฐกิจและประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มสแกมเมอร์ที่มีความซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการหลอกลวง การปฏิบัติการครั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถยึดทรัพย์ได้มากกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งเฉย และพร้อมสนับสนุนทุกหน่วยงานให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อนำทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตกลับคืนสู่แผ่นดินและเยียวยาผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างยุติธรรม
“ตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ตระหนักและยอมรับว่า ประชาชนตลอดจนนานาชาติมีความต้องการที่อยากจะให้จัดการปัญหาอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด ซึ่งภัยจากกลุ่มสแกมเมอร์ มีความซับซ้อนและมีผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงได้กำชับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย กำหนดมาตรการและบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่กับผู้กระทำความผิด ซึ่งผู้กระทำความผิดเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพลและมีเครือข่าย หรือแม้กระทั่งมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองอยู่ โดยรัฐบาลชุดนี้ได้มีการกำชับให้ทุกหน่วยงาน ต้องยึดหลัก“ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะชื่ออะไร ยิ่งใหญ่มาจากไหน หรือจะสนิทกับใครในรัฐบาล หากพฤติกรรมผิดกฎหมาย เป็นการฟอกเงิน ค้ามนุษย์ หรือค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่ต้องกล้าลุยเต็มที่ ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลพร้อมเป็นกำลังหนุนหลังให้คนทำงานทุกคน ไม่ต้องกลัวอิทธิพลมืดใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเหล่านี้ จะต้องทำตามนโยบายที่ได้มอบหมายให้กับหัวหน้าส่วนราชการของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงาน ปปง. ก็จะมีการดำเนินการ เช่น การคุ้มครองผู้เสียหาย ตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งการนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดคืนให้กับผู้เสียหาย ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน แล้วจะเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย พร้อมทั้งความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนขยายผล โดยมุ่งเน้นไปยังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด นอกจากนี้จะมีการพิจารณาดำเนินการกล่าวโทษกับผู้ที่กระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงินโดยไม่มีข้อยกเว้นด้วย