
รัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศควบคู่กับการสร้างโอกาสและนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นและมีภูมิต้านทาน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความสุขให้กับพี่น้องคนไทย ด้วยการพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น โดย
1.ทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายลำดับรองที่กำหนดกระบวนงานและขั้นตอนต่าง ๆ จำนวนกว่า 7,000 ฉบับ ซึ่งสร้างภาระงบประมาณและภาระแก่ประชาชน โดยจะลดกระบวนงานและขั้นตอนที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุดและสามารถให้บริการแก่ประชาชนด้วยดิจิทัลได้มากที่สุด ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็นอันเป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชันด้วย
2.เร่งยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น อาทิ กฎหมายเลื่อยโซ่ยนต์ กฎหมายควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง กฎหมายความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
3.ปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับการค้าทางดิจิทัล กฎหมายว่าด้วยโรงแรมเพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน การแก้ไขหรือออกกฎหมายหรือมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้หน่วยงานของรัฐจัดเก็บข้อมูลที่มีโครงสร้างและสามารถอ่านได้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (Machine Readable) และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อยกระดับการบริหารงานภาครัฐภายใต้การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เคร่งครัด การปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สามารถทำหน้าที่สนับสนุนการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดทำกฎหมายเพื่อนำภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสังคมกลับเข้าสู่งบประมาณแผ่นดินเพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง
4.แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ไม่คำนึงถึงราคาต่ำสุดอย่างเดียว และสนับสนุนการเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การจ้างงานและการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ เพิ่มมาตรการจัดการกับคู่สัญญาของภาครัฐที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งส่งเสริมการใช้วัสดุครุภัณฑ์ที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมในประเทศ ตลอดจนแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าเป็นสมาชิกของ OECD
5.การเสนอกฎหมายใหม่ที่จะจัดทำขึ้น รัฐบาลจะกำหนดให้หน่วยงานของรัฐ ผู้เสนอกฎหมายใหม่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากกฎหมายใหม่อย่างจริงจังว่าจะนำไปสู่การทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น และมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการและประเทศในภาพรวม คุ้มค่า รวมถึงได้สัดส่วนกับงบประมาณที่ต้องใช้ในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ตลอดจนต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องที่ครอบคลุม เพื่อให้กฎหมายที่ตราขึ้นจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเพียงเท่าที่จำเป็นและไม่เป็นภาระแก่คนดีที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอีกต่อไป
6.กำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณาทบทวน ปรับปรุง และเสนอร่างกฎหมาย ในกรณีร่างกฎหมายว่าด้วยการเงินที่มีการรับฟังความคิดเห็นในหลักการและร่างกฎหมายครบถ้วนแล้ว รัฐบาลมีนโยบายที่จะเสนอผลการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับหลักการต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน 60 วัน