นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามนอมินี ทุนเทา และขบวนการสวมบัตรประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เชื่อมโยงธุรกรรมการเงิน บุคคล นิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และการถือครองที่ดิน เพื่อขยายผลจากผู้เกี่ยวข้องไปถึงเครือข่ายและทรัพย์สิน
.
การทำงานเชิงรุกเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม จากการประสานข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อติดตามความผิดปกติและปราบปรามบัญชีม้า ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลกับข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประวัติทางการเงิน ส่งผลให้การยื่นจดทะเบียนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงประมาณร้อยละ 70
.
จากการขยายผลโครงสร้างการถือหุ้น พบประมาณ 2,100 บริษัทเข้าข่ายเป็นนอมินี และอีกกว่า 10,000 บริษัทมีข้อสงสัยต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย
.
ด้านการถือครองที่ดิน กระทรวงมหาดไทยตรวจพบบริษัทที่มีหลักฐานเข้าข่ายนอมินีถือครองที่ดินมูลค่ารวมกว่า 80,000 ล้านบาท และดำเนินการตามกฎหมายเพื่อนำไปสู่การบังคับจำหน่าย ขณะเดียวกัน การขยายผลขบวนการสวมบัตรประชาชนพบเครือข่ายในหลายพื้นที่ ล่าสุดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาลออกหมายจับ 33 คน จับกุมได้ 27 คน จากเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ
.
นอกจากนี้ การติดตามเส้นทางการเงินของเครือข่าย “ยิม เลียก–เบน สมิธ” สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินรวมประมาณ 20,392 ล้านบาท สะท้อนการขยายผลการปราบปรามจากตัวบุคคลไปถึงเครือข่ายทางการเงินและทรัพย์สิน
.