www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ผลการดำเนินการรอบ 1 ปี ของรัฐบาล ด้านความมั่นคงของรัฐฯ

รัฐบาลเน้นผลสำเร็จการพัฒนากองทัพและการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทหารกับกลุ่มประชาคมอาเซียน

วันนี้ (1 ก.ย. 55) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารใหม่ในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม กรุงเทพฯพลอากาศเอกสุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมตัวแทนเหล่าทัพประกอบด้วย ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการทหารเรือ ได้แถลงผลงานในรอบ 1 ปี ของกระทรวงกลาโหม ตามนโยบายของรัฐบาล ดังนี้

การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพและระบบป้องกันประเทศ โดย กห. ยังคงมีการพัฒนาศักยภาพกองทัพอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมเผชิญภัยคุกคามทางทหารที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยคำนึงถึงข้อจำกัดทางด้านงบประมาณของประเทศเป็นสำคัญ
-    ในภาพรวมของ กห. ได้มีการทบทวนและจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศขึ้นใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป ทบทวนแผนแม่บทการปรับปรุงโครงสร้าง กห. เพื่อให้มีการจัดส่วนราชการที่เหมาะสมยิ่งขึ้น พัฒนางานวิจัยและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง รวมทั้งได้เปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร ภาครัฐ เอกชน และการเมือง (วปม.) ขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ได้ปิดการศึกษาไปตั้งแต่ปี 50
-    การดำเนินการในภาพรวมของกองทัพไทย ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพและปฏิบัติการผสมกับมิตรประเทศ รวมทั้งพัฒนากำลังแต่ละเหล่าทัพให้มีความพร้อมรบ มีความกะทัดรัด อ่อนตัว และมีประสิทธิภาพ

การเทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลและ กห. ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยได้มีการดำเนินการในทุกโอกาส ด้วยการใช้ศักยภาพทั้งหมดที่มีอยู่ ทั้งการป้องกันการล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ การน้อมนำพระราชดำริทั้งปวงไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม และอัญเชิญไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งการส่งเสริมและเผยแพร่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลกำหนดให้ต้องเร่งดำเนินการ
-    รัฐบาลได้มีการปรับโครงสร้างกลไกในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ด้วยการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี รมว.กห. ร่วมเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ  ซึ่งการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวจะช่วยทำให้งานของฝ่ายทหาร ตำรวจ และพลเรือน ทั้งงานด้านความมั่นคงและ  การพัฒนาในพื้นที่มีความสอดคล้องกัน ทำให้การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และทำให้กระบวนการตัดสินใจต่อการแก้ไขปัญหาในภาวะวิกฤติรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะมีการนำส่วนราชการต่าง ๆ ทั้ง  17 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมทั้ง กห. ด้วย เข้ามาบูรณาการการทำงานร่วมกันให้เป็นเอกภาพ
-    กห. ได้สนับสนุนการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกำลังพลและเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในการรักษาความสงบเรียบร้อย รักษาความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการสูญเสียจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ทหารทุกคน  ก็ไม่เคยย่อท้อ พร้อมปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ โดยยอมเสียสละได้แม้กระทั่งชีวิต ซึ่งในอนาคตจะมีการนำกำลังตำรวจ และอาสารักษาดินแดน เข้าปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองพระ ครู และประชาชนในพื้นที่แทนทหาร และจะนำกำลังทหารไปปฏิบัติงานเชิงรุกต่อไป

การพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ ซึ่งการดำเนินการของ กห. จะสอดคล้องกับนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาล โดยเน้นทั้งการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน   กลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศมหาอำนาจ การสถาปนาความร่วมมือกับมิตรประเทศใหม่ การปฏิบัติการรักษาสันติภาพภายใต้กรอบของสหประชาชาติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
-    การเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางทหารกับประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศมหาอำนาจ มีการดำเนินการที่สำคัญ คือ
การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 8 เมื่อ 21 ธ.ค.54   ณ กรุงพนมเปญ โดยมี รมว.กห. ของทั้งสองประเทศ เป็นประธานร่วม ผลการประชุมนำไปสู่การจัดตั้งคณะทำงานร่วม (Joint Working Group : JWG) ไทย - กัมพูชา โดยมี เสธ.ทหาร และ รมช.กห.กัมพูชา เป็นประธานร่วม ซึ่งได้มีการประชุมคณะทำงานร่วมฯ ไปแล้ว 2 ครั้ง และนำไปสู่การปรับกำลังทหารของทั้งสองประเทศบริเวณปราสาทพระวิหาร ตามคำสั่งมาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อ 18 ก.ค.55
การประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย - ลาว ครั้งที่ 19 ซึ่งฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อ 7 - 11 ก.พ.55 มี รมว.กห. ไทย และ รอง นรม./รมว.กระทรวงป้องกันประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประธานร่วม ซึ่งผลการประชุมฯ ทำให้ความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศดียิ่งขึ้น
รมว.กห. ได้หารือกับประธานาธิบดีและผู้นำทางทหารของเมียนมาร์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชนกลุ่มน้อยตามชายแดนไทย - เมียนมาร์ หารือกับผู้นำทางทหารของมาเลเซียเกี่ยวกับผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับมาเลเซีย และได้นำคณะผู้นำเหล่าทัพร่วมประชุมกับผู้นำทางทหารของกองทัพสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้ง รมว.กห. ได้มีโอกาสหารือกับ รมว.กห.สหรัฐอเมริกา ในระหว่างการเดินทางไปประชุมที่ประเทศสิงคโปร์
-    การสถาปนาความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศกับมิตรประเทศใหม่ ได้มีการขยายความร่วมมือไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง โดย กห. ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางทหารกับรัฐบาลกาตาร์ และ กห. อิสราเอล เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาและขยายความร่วมมือทางทหารในอนาคต รวมทั้งได้จัดทำความตกลงด้านการป้องกันประเทศกับรัฐบาลอินเดีย และ กห. สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อขยายความร่วมมือที่มีอยู่แล้วให้ครอบคลุมความร่วมมือทางทหารในด้านอื่นต่อไป
-    การปฏิบัติการรักษาสันติภาพภายใต้กรอบของสหประชาชาติ ได้มีการดำเนินการเพื่อพัฒนาบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศมาโดยตลอด เช่น การสนับสนุนการปราบปรามโจรสลัด ในพื้นที่อ่าวเอเดน และชายฝั่งโซมาเลีย โดยการส่งนายทหารชั้นยศ พล.ร.ต. จากกองทัพเรือ ไปปฏิบัติหน้าที่เป็น ผบ.กองเรือผสม และส่งกำลังพลเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในกองกำลังทางเรือ Combines Task Forces 151 (CTF 151) ร่วมกับกองกำลังผสมทางทะเล ณ อ่าวเอเดน
-    การเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสนใจ และทุกส่วนราชการกำลังเร่งรัดดำเนินการนั้น ในส่วนของ กห. มีการดำเนินการที่สำคัญ คือ
กห. ไทย และ กห. ประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งประเทศคู่เจรจา มีบทบาทสำคัญอยู่ในเสาหลักด้านการเมืองและความมั่นคง โดยดำเนินกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่องภายใต้กลไกการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน หรือ ADMM และกลไกการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา หรือ ADMM - Plus เช่น การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ความมั่นคงทางทะเล และการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ เป็นต้น
กห. ได้มีการเตรียมการรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยในการจัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ พ.ศ.2555 ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน รวมทั้งได้จัดทำแนวทางปฏิบัติของ กห. ในการรองรับการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี 2558 เพื่อให้หน่วยต่าง ๆ ใน กห. นำไปใช้จัดทำแผนงาน โครงการ และงบประมาณในปี 2556 - 2558 รองรับต่อไป

การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ (ปี 2554 – 2555)
-    กห. ได้สนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะภัยทางธรรมชาติ ทั้งภัยหนาว ภัยแล้ง และอุทกภัย โดยได้มีการปฏิบัติทั้งก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย
-    การเผชิญหน้ากับมหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมา กห. มีการดำเนินการที่สำคัญ คือ
นรม. ได้มอบให้ กห. เป็นกระทรวงหลักกระทรวงหนึ่งในการสนับสนุนรัฐบาลแก้ไขวิกฤตการณ์ โดยมอบหมายพื้นที่รับผิดชอบหลักในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี พร้อมกับการป้องกันและดูแลพื้นที่สำคัญ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
กห. ได้ระดมสรรพกำลังของกองทัพ โดยใช้กำลังทหาร 60,965 นาย รถยนต์บรรทุก 4,831 คัน รถเครื่องมือช่าง 128 คัน รถครัวสนาม 10 คัน เรือขนาดต่างๆ 3,083 ลำ อากาศยาน 37 ลำ ชุดประปาสนาม 6 ชุด ชุดแพทย์เคลื่อนที่ 16 ชุด และชุดปลอบขวัญ 15 ชุด ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งมีการปฏิบัติที่สำคัญ คือ
จัดกำลังพลป้องกันและดูแลพื้นที่สำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง ร.พ.ศิริราช ที่ประทับพระบรมวงศานุวงศ์ และสถานที่ราชการสำคัญ
เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับแนวคันกั้นน้ำของคลองต่างๆ ทางด้านเหนือ ตะวันออก และตะวันตก ของกรุงเทพฯ รวม 42 แห่ง และจัดกำลังพลลาดตระเวนเฝ้าระวังรักษาแนวคันกั้นน้ำตลอด 24 ชม. รวมทั้งจัดกำลังพลพร้อมเครื่องจักรกล ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ ป้องกันน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่ง 
ผลักดันน้ำลงสู่อ่าวไทยด้านคลองลาดกระบังและคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ผลักดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่อ่าวไทยด้านคลองลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ ผลักดันน้ำบริเวณด้านเหนือและด้านใต้ประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ ผลักดันน้ำบริเวณสะพานปฐมราชานุสรณ์ ผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีนลงสู่อ่าวไทยทางอ่าวมหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และผลักดันน้ำในคลองรังสิต
ขุดลอกคูคลองทางด้านตะวันออก และตะวันตกของกรุงเทพฯ จำนวน 24 คลอง ในเขตกรุงเทพฯ 10 คลอง จ.สมุทรสาคร 5 คลอง จ.สมุทรปราการ 4 คลอง และ จ.ฉะเชิงเทรา 2 คลอง
มอบเครื่องอุปโภคบริโภคยังชีพผู้ประสบอุทกภัย 253,857 ถุง ประกอบอาหารสดพร้อมรับประทานแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง 2,538,735 กล่อง มอบเสบียงอาหารสำเร็จรูป 164,805 ชุด ผลิตน้ำประปาแจกจ่ายให้กับประชาชน 12,000 ลิตร และแจกจ่ายน้ำดื่ม 2,243,000 ขวด
จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ให้การรักษาพยาบาล และจ่ายยารักษาโรคแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย 86,528 คน
จัดรถยนต์บรรทุก 300 คัน และเรือ 30 ลำ อำนวยความสะดวกผู้ประสบอุทกภัยในการเดินทางในพื้นที่น้ำท่วมขัง ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 61 เส้นทาง มีผู้โดยสาร จำนวนทั้งสิ้น 4,974,046 คน   
เตรียมการอพยพประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยได้จัดทำแผนการอพยพ และประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปยังศูนย์พักพิงที่กำหนดไว้
จัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 43 ศูนย์ สามารถรองรับ ผู้ประสบอุทกภัยได้ 54,750 คน โดยมีผู้ประสบอุทกภัยเข้าพักอาศัยจำนวน 34 ศูนย์ รวม 6,614 คน รวมทั้งได้จัดชุดบำรุงขวัญ 48 ชุด และจัดกิจกรรมสันทนาการกับผู้ประสบอุทกภัยในศูนย์พักพิงเพื่อลดความเครียด
ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียด้วยจุลินทรีย์ในบ่อบำบัดขยะ 2 แห่ง คือ บ่อบำบัดขยะเทศบาลนครพิษณุโลก พื้นที่ 30 ไร่ และบ่อบำบัดขยะตำบลโรงช้าง อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่ 10 ไร่ รวมทั้งได้แจกจ่ายจุลินทรีย์น้ำ (EM) จำนวน 530,000 ลิตร ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยประมาณ 40,000 คน เพื่อนำไปใช้บำบัดน้ำเน่าเสียในชุมชนที่พักอาศัยอยู่
สนับสนุนอากาศยานในลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ ลาดตระเวนด้วยสายตา ปฏิบัติการจิตวิทยา และลำเลียงทางอากาศ รวม 275 เที่ยวบิน
การฟื้นฟูบูรณะหลังมหาอุทกภัย กห. ได้สนับสนุนการช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย และการบูรณะฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ได้แก่ การซ่อมสร้างปรับปรุงเส้นทางคมนาคมและอาคารสถานที่ การพัฒนาแหล่งน้ำ การผลิตน้ำดื่ม การขุดลอก คูคลอง การบำบัดน้ำเสีย การพัฒนาชุมชนและสาธารณูปโภคต่างๆ การฟื้นฟูอาชีพ รวมทั้งการสนับสนุนการขนส่ง และการรักษาพยาบาล
-    การรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ร่วมกับรัฐบาล กรมชลประทาน และ จ.นครปฐม ในการเตรียมความพร้อมการป้องกันอุทกภัย โดยเมื่อ 23 ส.ค.55 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความพร้อมการป้องกันอุทกภัยพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล อ.นครไชยศรี จ.นครปฐม
จัดทำโครงการนักศึกษาวิชาทหารร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม โดยเมื่อ 30 ส.ค.55 รมว.กห. ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ณ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ มีนักศึกษาวิชาทหารร่วมในพิธี ประมาณ 15,000 คน
กห. ได้สนับสนุนการปรับปรุง ทางระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง ในกรุงเทพฯ 284 สาย รวมระยะทาง 591.9 กิโลเมตร ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 100 เครื่อง รวมทั้งดำเนินการโครงการแก้มลิง    ปลูกป่า และสร้างฝายกั้นน้ำ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ โดย กห. ได้สนับสนุนการดำเนินการทั้ง 3 มิติ คือ การป้องกัน การสกัดกั้นและปราบปรามตามแนวชายแดน รวมทั้งการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
-    การป้องกันปัญหายาเสพติด ได้มุ่งเน้นการป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่หน่วยทหารและชุมชนทหาร เพื่อให้เป็นเขตปลอดยาเสพติด รวมทั้งประชาสัมพันธ์โดยใช้สื่อทุกประเภทเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติด
-    การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4,164 คน ยึดของกลางที่สำคัญ คือ ยาบ้า 13,380,258 เม็ด กัญชาแห้ง 4,068 กก. กัญชาสด 5,996 กก. ยาไอซ์ 1,940 กก. กระท่อม 1,943 กก. เฮโรอีน 9,060 กรัม ฝิ่น 3,622 กรัม ปืน 323 กระบอก และกระสุนปืน 3,062 นัด โดยมีการปฏิบัติที่สำคัญของกองกำลังผาเมือง เมื่อ 16 ก.ค.55 ซึ่งได้ปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดที่ จ.เชียงราย ทำให้ผู้ค้ายาเสพติดเสียชีวิต 8 คน ยึดยาบ้าได้จำนวนมาก ประมาณ 700,000 เม็ด และยาไอซ์ ประมาณ 55 กิโลกรัม
-    การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด กห. ถือว่าเป็นหน่วยงานหลักที่สำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินการ โดยได้รับผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด จากกรมคุมประพฤติ และกรมราชทัณฑ์ เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ ในโครงการวิวัฒน์พลเมืองเกือบ 48 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันมิให้   ผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูหวนกลับไปติดยาเสพติดอีก และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยมีผู้เข้ารับการบำบัด รวมทั้งสิ้น 12,365 คน

การป้องกันและแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน โดย กห. ได้สนับสนุนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการสกัดกั้นและจับกุมการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยสามารถจับกุมผู้หลบหนี   เข้าเมืองได้ 116,740 คน แยกเป็น ชาวกัมพูชา 42,157 คน ชาวเมียนมาร์ 67,177 คน ชาวลาว 1,473 คน ชาวเกาหลีเหนือ 385 คน และชาวโรฮิงญา 5,548 คน


---------------------------------



กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
ดวงใจ/รายงาน
ดวงฤดี/ตรวจ

 

ภาพข่าว

010912 010912 010912 010912 010912