www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รายงานพิเศษ : ภัยออนไลน์ ตอน ประสบการณ์โดนแฮก hotmail และเรียกค่าไถ่เป็นเงิน

หลายคนคงเคยใช้บริการฟรีเมล์เช่น hotmail กันไม่น้อย แต่ใครจะคิดว่าวันหนึ่งเราจะถูกขโมยอีเมล์ส่วนตัว และถูกเรียกเก็บเงินเพื่อแลกกับการได้อีเมล์เดิมกลับมา รายละเอียดเป็นอย่างไร ติดตามจากรายงาน

 

 

Hotmail เป็นฟรีอีเมล์หรือที่เรียกว่า จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการใช้บริการทั่วโลกมากที่สุด และคนไทยเองเชื่อว่าแทบทุกคนต้องเคยใช้ หรือมีอีเมล์ของ hotmail ไว้ใช้งานอย่างน้อย 1 เมล์แน่นอน บางคนใช้อีเมล์เพื่อติดต่อเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง บ้างใช้เพื่อการเรียน การทำงานและบางคนใช้เพื่อการประกอบอาชีพ หรือการติดต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านการเงินผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งช่วยเรื่องความสะดวกรวดเร็วมากกว่าไปธนาคาร จึงเป็นที่มาของการถูกแฮกหรือเจาะข้อมูลสำคัญในอีเมล์ นางสาวแก้วตา วิลาสศักดา นักออกแบบเว็บไซต์และทำธุรกิจออนไลน์ ที่ถูกมิจฉาชีพเจาะเข้าไปในอีเมล์ของเธอพร้อมเปลี่ยนรหัสผ่าน ทำให้ไม่สามารถใช้อีเมล์นั้นได้อีก และยังเรียกเงินจากเธอเพื่อแลกกับการได้อีเมล์คืน ที่สำคัญในอีเมล์ของเธอมีข้อมูลสำคัญเก็บอยู่ทั้งสิ้น ทั้งข้อมูลการใช้บริการธุรกรรมการเงินออนไลน์, การโอนเงินและติดต่อลูกค้า หากถูกนำไปใช้คงเกิดความเสียหายไม่น้อย

 

“ตนเองเป็นคนที่ใช้บริการฟรีอีเมล์ของ hotmail มากว่า 10 ปี ค่อนข้างระมัดระวังตัวเอง และรู้เท่าทันเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต การหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นให้กดลิงค์ไปเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือฟอร์เวิร์ดเมล์ให้ส่งต่อ มิเช่นนั้นอีเมล์จะถูกลบ จะรู้ทันทั้งสิ้น ด้วยทำงานด้านคอมพิวเตอร์ และมีธุรกิจออนไลน์เป็นของตนเอง แต่ในที่สุดก็ต้องพลาดท่าถูกมิจฉาชีพจากต่างประเทศ เจาะข้อมูลในอีเมล์จนได้ แถมยังเข้ามาเปลี่ยนรหัสผ่าน ทำให้เราไม่สามารถใช้อีเมล์ได้ พร้อมเรียกเงินเพื่อแลกกับการได้อีเมล์คืนมา ซึ่งดิฉันไม่ยอมแน่นอน ขณะนั้นยอมรับว่ากลัวที่จะถูกนำข้อมูลสำคัญด้านการเงินต่าง ๆ ที่มีอยู่จำนวนมากในอีเมล์ไปใช้ ซึ่งจะต้องส่งผลเสียหายไม่น้อย แต่ในที่สุดด้วยความพยายามก็สามารถติดต่อไปที่ ศูนย์กลางของ hotmail และยืนยันความเป็นเจ้าของอีเมล์ อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเปลี่ยนรหัสอีเมล์ จนสามารถกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม”

 

ผู้ประสบเหตุนับว่ายังโชคดีที่ได้อีเมล์กลับคืนมา โดยไม่เสียทั้งเงินและไม่เกิดผลกระทบต่อข้อมูลสำคัญทางการเงิน เคราะห์ดีที่มีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี และสำคัญที่สุดต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา เพื่อหาทางรับมือแก้ไขปัญหา พร้อมฝากถึงผู้ใช้อีเมล์ทุกคน หากเป็นไปได้ ไม่ควรเก็บข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการเงิน หรือต้องสำรองข้อมูลไว้เสมอ เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

 

“ขอให้ทุกคนที่ประสบเหตุการณ์แบบดิฉัน อย่างแรกขอให้คุณมีสติ พยายามเก็บรวบรวมข้อมูลที่แสดงว่าเป็นของคุณเองไว้ให้มากที่สุด เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อขออีเมล์คืนในอนาคต และขณะเดียวกันให้ลบข้อมูลที่มีอยู่ทิ้งให้หมดให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลเราไปใช้ประโยชน์ได้ทัน ส่วนคนที่ใช้ hotmail เพื่อเรื่องส่วนตัว หรือยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ขอให้สำรองข้อมูลการใช้งานของคุณไว้เสมอ แม้ว่าจะไม่ถูกเจาะข้อมูล แต่ป้องกันไว้เผื่ออีเมล์ถูกล๊อก ก็สามารถขอคืนอีเมล์ได้ง่ายขึ้น”

 

ขณะที่นายอารีย์ จิวรรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักกำกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า กรณีเช่นนี้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 คงไม่สามารถที่จะเข้าไปควบคุมได้ เนื่องจากเป็นลักษณะของการเจาะเข้าไปที่ที่ตั้งศูนย์กลางของ hotmail ซึ่งไม่อยู่ในประเทศไทย แต่ผู้ถูกกระทำเป็นคนไทย

 

“การกระทำเช่นนี้เท่ากับผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ในหลายมาตราที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิ์และความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น หากจะเอาผิดต้องมีการประสานงานผ่านกระทรวงการต่างประเทศต่อไป ซึ่งพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่ใช้ในประเทศไทยไม่สามารถเอาผิด และดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้โดยตรง”

 

ระบบอินเทอร์เน็ตหรือระบบออนไลน์ให้ความสะดวกสบายแก่คนเราอย่างมากมาย แต่ในความสะดวกสบายนั้น ย่อมมีภัยร้ายจากมิจฉาชีพแฝงอยู่ด้วยเสมอ ผู้ที่ใช้บริการอีเมล์ของ hotmail หรืออีเมล์อื่นๆ ในการติดต่อเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญด้านการเงิน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเก็บ หรือใช้ข้อมูลผ่านระบบออนไลน์อยู่เสมอ เพราะเราไม่รู้เลยว่าข้อมูลสำคัญของเราจะถูกจับตามองจากมิจฉาชีพที่จ้องจะนำ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่

 

ที่มา     : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์

ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก