www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
เผยไทยเป็น 1 ใน 59 ประเทศยังมีโทษประหาร เสนอทบทวน

เผยไทยเป็น 1 ใน 59 ประเทศทั่วโลกที่ยังมีโทษประหาร เอ็นจีโอ เสนอทบทวน โดยเฉพาะคดียาเสพติด เผยงานวิจัยชี้ชัดไม่ช่วยแก้ปัญหา ด้านนักวิชาการเสนอทางสายกลางคงบทลงโทษไว้เฉพาะคดีฆาตกรรมที่มีเจตนาชัดแจ้ง ป็นเรื่องอุกฉกรรจ์ ที่ก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ในงานเสวนาเรื่อง “โทษประหาร.. สังคมไทยคิดอย่างไร” จัดโดยคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม มีผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน อัยการ นักกฎหมาย และองค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ เข้าร่วม

 

ดร.แดนทอง บรีน ประธานสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน กล่าวว่า ปัจจุบันการลงโทษประหาร เป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น เพราะในงานวิจัยทางวิชาการจากหลายประเทศ ทั้งในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา พิสูจน์แล้วว่าไม่มีประโยชน์ หรือช่วยให้ปัญหาอาชญากรรมลดลง ทำให้ในขณะนี้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จำนวน 139 ประเทศ ยกเลิกการลงโทษประหารแล้ว มีเพียง 59 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ที่ยังคงมีอยู่ นอกจากนี้ ยังเป็น 1 ใน 25 ประเทศที่มีการลงโทษประหารจริงภายในปีที่ผ่านมา โดยประเทศไทยได้ลงโทษประหารชีวิต นักโทษในคดีค้ายาเสพติดไป  2 ราย เมื่อเดือนสิงหาคม ทำให้ไทยถูกจับตามองว่าก้าวถอยหลังหลังจากไม่มีการประหารชีวิตนักโทษมานานกว่า 6 ปี

 

รศ.ณรงค์ ใจหาญ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยมีบทลงโทษประหารในหลายฐานความผิด อาทิ ฆาตกรรม ค้ายาเสพติด ซึ่งหากมองในในแง่ของวัฒนธรรมและความเชื่อของคนไทย โทษประหารน่าจะยังควรมีอยู่ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ผู้ที่จะกระทำความผิดเกิดความกลัวเกรง หรือยับยั้งชั่งใจ แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ควรจะนำมาใช้ ยกเว้น คดีฆาตกรรม ที่มีเจตนาชัดแจ้ง ซึ่งป็นเรื่องอุกฉกรรจ์ หรือมีการกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเชื่อว่าการจำคุกไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้  ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ในหลายประเทศยังคงมีโทษประหาร  อย่างไรก็ตาม ที่น่าจะมีการทบทวน คือการลงโทษประหารกับผู้กระทำผิดในคดี ค้ายาเสพติด เพราะเป็นเรื่องในเชิงสังคม และในสายตาของชาวต่างชาติก็ไม่ยอมรับ

 

ที่มา    : สำนักข่าวไทย

ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก