www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ไอทีวอชเผยภัยจากเทคโนโลยี คุกคามเด็กและเยาวชนมากขึ้น

ศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี เผยผลสำรวจภัยเทคโนโลยี พบคุกคามเยาวชนมากขึ้น ทั้ง “บิท-ไฮไฟว์-เกมออนไลน์” จี้รัฐ -ครอบครัว ร่วมกันหาทางป้องกัน

 

 

น.ส.กรกนก สำเนากลาง หัวหน้าศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี (IT Watch) มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยผลการศึกษา 4 กรณีสาธารณภัยไฮเทค (ใกล้ตัว) ว่า ปัจจุบันภัยจากเทคโนโลยียังคงเป็นเรื่องที่น่าห่วงสำหรับเด็กและเยาวชน ตลอดปีที่ผ่านมาศูนย์เฝ้าระวังฯ ยังคงได้รับสายแจ้งเด็กหายอย่างต่อเนื่อง เฉพาะเด็กหายจากการติดแชทเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จาก 12 รายในปีที่แล้วเพิ่มเป็น 30 รายในปีนี้ ซึ่งจากการศึกษาภัยจากเทคโนโลยีที่กำลังขยายวงกว้างใน 4 กรณี พบว่าล่าสุดมีการใช้เทคโนโลยี Bit torrent หรือ บิท ในการเผยแพร่คลิปหลุด คลิปแอบถ่าย จำนวนมาก เช่นเดียวกับเว็บบอร์ดต่างๆ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องหามาตรการควบคุมอย่างเร่งด่วน เพราะระบบดังกล่าวมีการส่งต่อข้อมูลอย่างรวดเร็ว และมีกลุ่มผู้ใช้งานหลากหลาย ซึ่งอาจเป็นเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะบาง Tracker มีสมาชิกกว่า 80,000 คน และมีการเก็บค่าสมัคร ซึ่งต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า ทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด ขณะเดียวกันยังเป็นที่ถกเถียงในข้อกฎหมายว่าการดาวน์โหลดข้อมูลผ่านระบบดังกล่าวเข้าข่ายผิดหรือไม่ด้วย

 

น.ส.กรกนก  กล่าวอีกว่า กรณีที่ 2 คือการล่อลวงผ่านระบบไฮไฟว์ (hi5) พบว่าปัจจุบันประเทศไทย ใช้งานไฮไฟว์มากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ทำให้ไฮไฟว์ถูกนำมาเป็นเครื่องมือเพื่อการล่อลวงมากขึ้นโดยผู้ใช้งานมักใส่ข้อมูลส่วนตัว ทำให้มิจฉาชีพเลือกเหยื่อได้ง่ายขึ้น ทั้งการนำรูปภาพที่ล่อแหลม หรือใช้เบอร์โทรมาตั้งเป็นชื่อไฮไฟว์ กรณีที่ 3 คือการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก ทั้งจากผู้เสียหายให้ข้อมูลเอง หรือถูกขโมยข้อมูลและถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้ในทางเสียหาย ดังนั้น ผู้ปกครองต้องหมั่นสังเกตและระวังภัยที่จะเข้าถึงตัวบุตรหลานได้ง่ายขึ้น พร้อมให้ความรู้ที่ทำให้เด็กได้ใช้เทคโนโลยีอย่างเท่าทันและเหมาะสม

 

ส่วนกรณีสุดท้าย คือการเล่นเกมออนไลน์ ซึ่งแม้ตัวเลขเด็กหายจากการติดเกมออนไลน์จะลดลงจากปีที่แล้วกว่าครึ่ง แต่ยังถือว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงเช่นกัน โดยครอบครัวนับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กออกจากบ้าน จากการดุด่าว่ากล่าวที่รุนแรง และจัดการปัญหาที่เด็ดขาดหรือเร็วเกินกว่าเด็กจะปรับตัวได้

 

ที่มา    : สำนักข่าวไทย

ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก