นักวิจัยเลือกสถานที่ศึกษาในรัฐยูทาห์ เพราะเป็นแหล่งกำเนิดของศาสนาคริสต์นิกายมอร์มอน ซึ่งเคร่งครัดในการสูบบุหรี่และดื่มสุรา นอกจากนี้ยังมีประชากร 2 ใน 3 ที่ได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ทำให้สามารถเน้นไปที่ผลของวิตามินดีต่อระบบโลหิตไปเลี้ยงหัวใจได้อย่างเต็มที่
การศึกษาแบ่งคนไข้ 27,686 คน อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปที่มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับของวิตามินดีในร่างกาย ตั้งแต่ระดับต่ำมาก (น้อยกว่า 15 นาโนกรัมต่อเลือด 1 มิลลิลิตร) ระดับต่ำ (ระหว่าง 15-30 นาโนกรัมต่อเลือด 1 มิลลิลิตร) และระดับปกติ (สูงกว่า 30 นาโนกรัมต่อเลือด 1 มิลลิลิตร) หลังจากนั้นได้ติดตามผลเป็นเวลา 1 ปี
ผลวิจัยพบว่าคนไข้ที่มีวิตามินดีต่ำมากในร่างกาย จะเสียชีวิตมากกว่าคนที่มีวิตามินดีในระดับปกติ ถึง 77% คนที่มีวิตามินดีในระดับที่ต่ำมากจะมีโอกาสเกิดหัวใจล้มเหลวมากกว่าคนที่ได้รับวิตามินดีปกติถึง 2 เท่าอีกด้วย
นักวิจัยระบุว่า ผลวิจัยนี้จะช่วยปรับปรุงคุณภาพและอายุขัยของประชาชนให้ยืนยาวขึ้น ผลการศึกษาหลายชิ้น พบว่า วิตามินดีช่วยควบคุมการทำหน้าที่สำคัญของร่างกาย เช่นความดันโลหิต การอักเสบติดเชื้อ และน้ำตาล ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยนี้อยู่เพียงขั้นสังเกตการณ์ นักวิจัยได้เรียกร้องให้ทดลองรักษาโดยสุ่มคนไข้ที่ได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

