(The 3rd Asia Pacific Natural Gas Vehicles Association International Conference & Exhibition : ANGVA 2009) ซึ่งกำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 29 ตุลาคม 2552 ณ เมือง Donghae ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานในปีนี้ภายใต้แนวคิด “Natural Gas for Vehicles Rising to the Challenge”
นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ ประธานสมาคมก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ANGVA อ่านว่าอังวา) กล่าวว่า จากปัญหาน้ำมันที่แพงขึ้น และนับวันน้ำมันจะลดน้อยลง ประกอบกับทั่วโลกกังวลปัญหาโลกร้อนและต้องการลดมลพิษ การใช้เอ็นจีวีจึงเป็นทางออกที่สำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ซึ่งในภูมิภาคทั่วโลกได้ส่งเสริมเอ็นจีวีอย่างจริงจัง แนวคิดหลักของงานในปีนี้ถือว่าเหมาะกับสถานการณ์และการท้าทายของใช้เอ็นจีวีในปัจจุบันที่สมาคมอังวากำหนดไว้ 6 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วยนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน ราคาเอ็นจีวี ที่ต้องแตกต่างเมื่อเทียบกับราคาน้ำมัน องค์ความรู้และมาตรฐานความปลอดภัย และการสร้างความรู้ความเข้าใจในตลาดเอ็นจีวี โดยการดำเนินการจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ และในเวทีการประชุมครั้งนี้ ซึ่งมีประเทศทั่วโลกมาแสดงนิทรรศการและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก็นับว่าจะเป็นการส่งเสริมเอ็นจีวีเติบโตได้อย่างยั่งยืนและประโยชน์สูงสุด
นายจิตรพงษ์ กล่าวว่า เมืองทองเฮ เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุม นับว่าเป็นต้นแบบของการประสบความสำเร็จและท้าทายการใช้เอ็นจีวี เนื่องจากไม่มีแหล่งก๊าซเป็นของตนเอง ต้องนำเข้าแอลเอ็นจีจากรัสเซีย แต่สามารถพัฒนาการใช้ก๊าซธรรมชาติได้อย่างครบวงจร มีการสร้างสถานีเอ็นจีวีในรูปของเหลว (แอลซีเอ็นจี) และยังได้ทดลองการผลิตเอ็นจีวีจากขยะและน้ำเสียของเมือง ซึ่งต่อไปจะมีการพัฒนาไปใช้สำหรับรถบรรทุกต่าง ๆ นับว่าเป็นโอกาสที่สำคัญของการใช้พลังงานทางเลือก เป็นการแสดงให้โลกรู้ว่าเอ็นจีวีช่วยลดโลกร้อนและมลพิษของเมือง เพื่อเป็นต้นแบบด้านการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการในการประชุมครั้งนี้มีบริษัททั่วโลกเข้าร่วมงานกว่า 100 แห่ง และ บมจ.ปตท.ได้เข้าร่วมด้วย โดยได้แสดงถึงความสำเร็จของการส่งเสริมเอ็นจีวีในเมืองไทย ที่ปัจจุบันเป็นผู้ใช้อันดับ 6 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีจำนวนรถ 153,200 คัน จำนวนสถานีบริการ 346 แห่ง และยังแสดงถึงการพัฒนาการส่งเสริมเอ็นจีวีด้วยการรูปแบบสถานีของเหลว (แอลซีเอ็นจี) และการพัฒนาเอ็นจีวีจากก๊าซชีวภาพที่ผลิตจากน้ำเสียในโรงงานแป้งมันสำปะหลังและฟาร์มเลี้ยงสัตว์อีกด้วย
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

