• ขนาดตัวอักษร 
  •   print
แนะปิดเทอม ช่วงเวลานาทีทอง ลูกไม่ใช่ภาระอย่ารำคาญ ชวนเด็กทำงานบ้าน เห็นพัฒนาการ – เรียนรู้ร่วมกับเด็ก
แนะปิดเทอม ช่วงเวลานาทีทอง ลูกไม่ใช่ภาระอย่ารำคาญ ชวนเด็กทำงานบ้าน เห็นพัฒนาการ – เรียนรู้ร่วมกับเด็ก
ดร.สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์ อาจารย์สาขาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า ในช่วงปิดเทอมเด็กๆ ไม่ต้องไปโรงเรียนถือเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของเด็กๆ แต่มีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่พยายามส่งลูกไปเรียนพิเศษ หรือไปทำกิจกรรมค่าย เข้าแคมป์ต่างๆ ถ้าเป็นค่ายที่ดีนั้นต้องเน้นกิจกรรมที่ชัดเจนว่ามีเป้าหมายจะปลูกฝังในเรื่องใดให้แก่เด็ก เช่นต้องการปลูกฝังเรื่องการช่วยเหลือตัวเอง และรู้จักช่วยเหลือผู้อื่นด้วย รูปแบบการจัดกิจกรรมต้องให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้กิจกรรมต้องหลากหลายด้วยเพื่อไม่ให้เด็กเกิดความเบื่อหน่าย เด็กในเรื่องคุณธรรมต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ดี หากแต่มีค่ายและแคมป์ที่ยังไม่ได้คุณภาพ ดังนั้นพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องละเอียดและหารายละเอียดก่อนจะพาเด็กไปร่วมกิจกรรม แต่ถ้าพ่อแม่สามารถจัดสรรเวลาให้ลูกได้ กิจกรรมง่ายๆ ที่มีคุณค่าและเด็กๆ ควรจะทำให้ช่วงปิดเทอมคือ การทำงานบ้านร่วมกัน กวาดบ้านถูกบ้าน เก็บข้าวของที่ไม่ใช้แล้ว เด็กๆ ได้ใช้กล้ามเนื้อแขนทำงาน ได้เคลื่อนไหว แต่งานต้องเป็นไปตามอัตภาพที่เขาสามารถจะทำได้ ตั้งแต่ช่วงวัยปฐมวัยเป็นต้นไปซึ่งสามารถให้เด็กเรียนรู้ได้ตั้งแต่ที่ยังอยู่ในท้องจนถึงอายุ 7 ขวบ ในช่วงที่เด็กอยู่ในท้องเมื่อพ่อแม่ทำงานบ้าน หรือจัดห้องเราสามารถพูดกับลูกได้เพื่อให้เขาได้ซึมซับเรื่องราวความมีระเบียบ ความสะอาดของบรรยากาศภายในบ้าน เมื่อเขาคลอดออกมาและโตขึ้นเขาจะซึมซับเรื่องราวของความเป็นระเบียบและความสะอาดภายในบ้านเข้าไปสู่ตัวตนของเขา
“หลายคงกังวลว่าเด็กๆ ที่อยู่ในช่วงอายุ 2 – 7 ขวบ จะเบื่อไม่อยากทำงานบ้าน พ่อแม่ก็ต้องร่วมเรียนรู้ไปกับเด็กๆ สังเกตว่าเด็กเบื่อหรือไม่ ถ้าเด็กไม่เบื่อแสดงว่ากิจกรรมตรงตามพัฒนาการของเขา เด็กจะเล่นไปทำ พ่อแม่ต้องให้โอกาสเด็กๆ อย่าคิดว่าการชวนเด็กๆ ทำงานบ้านจะเป็นการสร้างภาระหรือต้องทำให้พ่อแม่เหนื่อยมากขึ้น แต่สิ่งที่พ่อแม่ควรจะทำในขณะที่ทำงานบ้านไปกับลูกก็คือ สนุกสนานและเรียนรู้ไปกับลูกด้วย สามารถร้องรำทำเพลงไปกับลูกๆ ให้ความเป็นกันเองกับเด็กๆ การทำงานบ้านจะส่งผลให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงการอยู่ในสังคม การชวนเด็กทำงานบ้านทำให้เขาเกิดปฏิสัมพันธ์สังคม เกิดความคิด จินตนาการ ลงมือทำจริงๆ เขาจะมีอิสระในการลงมือทำงานบ้านร่วมกับพ่อแม่ อันจะเกิดเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้เขาห่างไกลจากสิ่งที่ไม่ได้ได้ เนื่องจากการร่วมกันทำงานบ้าน พ่อแม่จะต้องคอยสอนและแนะนำเด็กๆ เวลาที่ได้อยู่ร่วมกันถือเป็นเวลาที่มีคุณภาพสามารถอบรมบ่มเพาะให้เขาเป็นคนดีได้อย่างไม่ยาก ในช่วงปิดเทอมพ่อแม่ต้องคิดว่ามันคือช่วงเวลานาทีทอง ที่สามารถอยู่ใกล้ชิดและสามารถสอนเด็กๆ ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด สถานที่ทำงานบางแห่งเห็นความสำคัญของช่วงเวลาปิดเทอม เปิดโอกาสให้พนักงาน เจ้าหน้าที่พาลูกมาที่ทำงานได้ จัดห้องอ่านหนังสือห้องของเล่นให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรม โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องเป็นห่วงและทำให้เด็กๆ สามารถปรับตัวเข้ากับสังคม ได้มาเห็นพ่อแม่ทำงานถือเป็นการเรียนรู้นอกชั้นเรียนที่ดีมาก”
ดร.สุจินดา กล่าวอีกว่า ในช่วงปิดเทอมเด็กหยุดเรียนหลายครอบครัวมองว่าเด็กหยุดอยู่บ้านเป็นการสร้างภาระให้พ่อแม่ ถ้ามองว่าเด็กเป็นภาระก็ไม่ควรมีครอบครัว เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดและทัศนะคติใหม่ว่าเราไม่ได้มีครอบครัวเพียงแค่เป็นไปตามวิถีปฏิบัติที่คนในสังคมดำเนินอยู่ แต่ต้องหันมาดูว่าเราจะสร้างครอบครัวเพื่ออะไร และถ้าเราสร้างครอบครัวอย่างมีสติและปัญญาถือเป็นการช่วยประเทศชาติได้ ถ้าหนุ่มสาวหรือคู่รักมีความพร้อม ซึ่งความพร้อมไม่ได้หมายถึงความร่ำรวย แต่เรามีความสามารถที่จะเลี้ยงตัวเอง ดูแลครอบครัวได้ มีความรู้และมีคุณธรรม ที่จะเป็นแบบอย่างในการหล่อหลอมให้ลูกเป็นคนดีได้

ที่มา     : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก