ดร.นาธาน คุปเปอร์แมนน์ จากโรงพยาบาลเด็กเดวิส มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียและคณะวิเคราะห์ข้อมูลเด็กมากกว่า 42,000 คน ที่บาดเจ็บที่ศีรษะ ในจำนวนนี้ราว 15,000 คน ได้รับซีทีสแกน ผลการตรวจพบเด็กมีอาการบาดเจ็บรุนแรงที่สมอง 376 คน และต้องรับการผ่าตัดสมอง 60 คน ขณะเดียวกันมีเด็กวัย 2 ขวบขึ้นไปรับซีทีสแกนโดยไม่จำเป็นถึง 1 ใน 5 และเด็กวัยต่ำกว่า 2 ขวบรับซีทีสแกนโดยไม่จำเป็นถึง 1 ใน 4 คณะนักวิจัยจึงได้พัฒนาแนวทางในการพิจารณาอาการบาดเจ็บว่าจำเป็นต้องรับซีทีสแกนหรือไม่เพราะการรับรังสีมากเกินไปทำให้เด็กเสี่ยงเป็นมะเร็ง
พวกเขาแนะว่า กรณีเด็กวัยต่ำกว่า 2 ขวบ อาการบาดเจ็บที่มีความเสี่ยงต่ำไม่ต้องรับซีทีสแกนหมายถึงหนังศีรษะไม่บวม คลำไม่พบรอยกระดูกแตก เด็กรู้สึกตัวและมีพฤติกรรมปกติ เกิดจากอุบัติเหตุไม่รุนแรง เช่น หกล้มเบา ๆ ส่วนอุบัติเหตุรุนแรงที่ต้องรับซีทีสแกน เช่น รถชนและพ่อแม่กระเด็นออกจากรถ กรณีเด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป อาการบาดเจ็บความเสี่ยงต่ำหมายถึงเด็กมีสติรู้สึกตัว ไม่อาเจียน ไม่มีสัญญาณว่าฐานกะโหลกแตกและไม่มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง คณะนักวิจัยนำเกณฑ์นี้ไปใช้กับเด็กมากกว่า 8,000 คน พบว่ามีความแม่นยำถึงร้อยละ 99.9 ในการคัดกรองเด็กบาดเจ็บที่ศีรษะความเสี่ยงต่ำ
เมื่อเดือนก่อนวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ลงพิมพ์งานวิจัยชิ้นหนึ่งอ้างว่า ซีทีสแกนเป็นสาเหตุใหญ่ที่สุด 1 ใน 2 สาเหตุ ที่ทำให้ชาวอเมริกันได้รับรังสีมากเกินไป ผลการศึกษานาน 3 ปี กับชาวอเมริกันวัย 18-64 ปี เกือบ 1 ล้านคน ได้ข้อสันนิษฐานว่า แต่ละปีมีชาวอเมริกันรับรังสีปริมาณสูงมากถึง 4 ล้านคน.
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

