www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ก.วิทย์ฯ ร่วมกับภูฏาน วิจัยถั่งเช่าพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา เพิ่มมูลค่าสมุนไพร
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ ราชอาณาจักรภูฏาน วิจัยถั่งเช่าพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา พร้อมต่อยอดสร้างห้องปฏิบัติการวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพศึกษาการออกฤทธิ์ของพืชแต่ละชนิด เพื่อแปรรูปเป็นยาแผนปัจจุบันเพิ่มมูลค่าสมุนไพร
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวภายหลังเข้าพบหารือกับ เชอรัป เกลเชน ปลัดกระทรวงเกษตร ราชอาณาจักรภูฏานเกี่ยวกับความคืบหน้าการวิจัยและสำรวจถั่งเช่าหรือราแมลงบนหนอนผีเสื้อที่มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร บริเวณหุบเขาโซ เมืองโภโร ราชอาณาจักรภูฏาน ว่า นักวิจัยของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ ไบโอเทค และ ดร.ไนเจล ไฮเวน โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านราแมลงได้ร่วมกับศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีทรัพยากรธรรมชาติยูซิแปง หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตร ราชอาณาจักรภูฏาน สำรวจธรรมชาติครั้งแรกบริเวณหุบเขาโซ เนื่องจากที่ผ่านมาประสบปัญหาถูกทิเบตลักลอบเก็บถั่งเช่าบริเวณเขตชายแดนระหว่างประเทศ รวมทั้งชาวบ้านไม่รู้ระยะเวลาการเก็บทำให้สูญเสียมูลค่าไป โดยไบโอเทคมีโปรแกรมในการศึกษาวิจัยและการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ ได้แก่ ยีสต์ รา แบคทีเรีย แบบครบวงจร มีการศึกษาพบราแมลงในประเทศไทยถึง 400 ชนิด นอกจากนี้ ดร.ไนเจล ยังได้ทำรายงานแนะนำภูฏาน 2 เรื่องในการอนุญาตให้ชาวบ้านเก็บถั่งเช่าโดยรัฐออกข้อกำหนดควบคุมการเก็บและให้การสนับสนุนการสำรวจและวิจัยวงจรชีวิตของถั่งเช่า ซึ่งรัฐบาลเห็นความสำคัญจึงได้ผลักดันเป็นกฎหมายอนุญาตให้ประชาชนสามารถเก็บถั่งเช่าได้ภายใต้การควบคุมเพื่อไม่ให้ถั่งเช่าหมดป่า นอกจากนี้ล่าสุดกระทรวงเกษตร ภูฏาน จะมีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และได้เชิญ ดร.ไนเจล เป็นที่ปรึกษาด้วย โดยจะมีการเสนอให้วิจัยสารออกฤทธิ์แต่ละชนิดของถั่งเช่าว่ามีสรรพคุณต่อร่างกายอย่างไรบ้าง เพื่อผลิตเป็นยาแผนปัจจุบัน ช่วยเพิ่มมูลค่าสมุนไพรให้มากขึ้นกว่าเดิม
ด้าน ดร.ไนเจล ไฮเวน โจนส์ กล่าวว่า ตนเองได้หารือกับต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนวิจัยถั่งเช่าในภูฏานตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งสิ่งที่ตนเองภูมิใจคือรัฐบาลเริ่มเห็นความสำคัญของการทำวิจัย โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณในการทำวิจัยในปีนี้เป็นปีแรก อย่างไรก็ตามคงต้องมีการศึกษาวิจัยต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะเจอเชื้อราตัวใหม่ที่เพิ่มมูลค่ามากกว่าถั่งเช่า

ที่มา    : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก