สำหรับปัจจัยที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐลดลงต่อเนื่องจากวานนี้ เกิดจากดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงมากถึง 186.06 จุด เพราะตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ประกอบกับผลประกอบการของบริษัท Lowe's ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกอุปกรณ์บ้านของสหรัฐออกมาไม่ดี ส่งผลให้นักลงทุนทวีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐส่งผลให้นักลงทุนหันมาลงทุนในตลาดเงิน ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม ไทยออยล์ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้ น่าจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 65 - 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยต้องจับตาดูตัวเลขยอดสร้างบ้านใหม่ของสหรัฐในคืนนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะออกมาดีและอาจจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นได้
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนตุลาคมปรับลดลง 0.90 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 70.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบที่ตลาดสิงคโปร์ ปรับลดลง 4.15 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 68.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเมื่อวันศุกร์ ในส่วนของเบนซินปรับลดลง 5.46 ปิดที่ 78.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนดีเซลลดลง 4.20 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 76.18 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบและความต้องการน้ำมันยังทรงตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากราคาน้ำมันที่ลดลงในระดับอัตราสูง ผู้ค้าน้ำมันได้ค่าการตลาดสูงเฉลี่ยกว่า 1.50 บาท/ลิตร จึงมีแนวโน้มที่ลดราคาลงในเร็ว ๆ นี้
ที่มา : สำนักข่าวไทย
ผู้เสนอ : กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก

